Monthly Archives: April 2017

kinto detox สวนลำไส้ล้างพิษฟังชื่อแล้วอย่างเพิ่งเสียวลำไส้กัน

kinto detox สวนลำไส้ล้างพิษฟังชื่อแล้วอย่างเพิ่งเสียวลำไส้กันไปนะคะ การสวนล้างลำไส้เกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมการกินอาหารของคนปัจจุบัน อาทิการกินอาหารขัดสี หรือมีกากใยน้อย ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่ดีเพิ่มสารพิษให้ร่างกาย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมาผลจากการเปลี่ยนอาหารการกินเป็นแบบตะวันตก การใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวันต่าง ๆเปลี่ยนไปมาก ผู้คนจึงเจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นหนึ่งในโรคเหล่านั้นปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆการขับถ่ายในช่วงเช้า สำคัญอย่างไรในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ ที่จะทำงานได้ดีีในการขจัดพิษ ถ้ายังไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระนี้อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ขับถ่ายไม่ออก จะถูกบีบตัวขึ้นมาจากลำไส้ใหญ่ ผ่านลำไส้เล็กมาที่กระเพาะอาหาร อุจจาระก็จะถูกดูดซึมอีกครั้งหนึ่งของเสียจะย้อนกลับเข้าไปที่กระแสเลือด ดูดซึมไปยังเซลล์ เนื้อเยื่อ ไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดไม่สะอาดไหลไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย
ไหลผ่านสมอง หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ผิวหนัง อวัยวะเหล่านี้ก็จะได้รับแก๊สพิษด้วยเช่น ก่อนเที่ยงถึงบ่าย ง่วงนอนเพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจก็จะอ่อนล้าและไม่สดชื่น มีกลิ่นตัว กลิ่นปากก็มาจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตัวเองอาจไม่ค่อยได้กลิ่น แต่คนอื่นจะได้กลิ่นเพราะฉะนั้นถ้าปล่อยไว้โดยไม่ขับถ่ายช่วงเวลา 05.00-07.00 น. นานๆ เข้าเป็นเวลาหลายๆ ปี ทำให้เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่างๆ kinto detox.

kinto detox

kinto detox เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย จะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น คินโตะ
– ผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย
– นอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ฝันบ่อย ปวดไหล่ ตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
– ปวดหัวข้างเดียว ปวดหู ปวดกระบอกตา เป็นไซนัส
– เหงือกบวม เจ็บคอ เจ็บลิ้น ปวดชายโครง ปวดหลัง ปวดเข่า กระดูกสะโพก
จะเคลื่อนได้ง่าย ปวดสะโพก ปวดข้อเท้าหลังเท้า วิตกกังวล อาจมีอาการทีละอย่าง หรือหลายอย่างพร้อมกัน

สมองเสื่อม
จากงานวิจัยในประเทศไทย พบว่าวันข้างหน้า อีกประมาณ 4-5 ปี จะมีผู้ป่วยสูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมถึง 9 ล้านคน เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว
ก็มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนเหตุอันควร ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะเป็นภาระกับคนในครอบครัวอย่างมาก
ที่จะต้องมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา kinto detox

สาเหตุหนึ่งที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย เป็นเพราะกินอาหารผัดน้ำมันต่อเนื่องเป็นประจำติดต่อกันหลายๆ ปี
น้ำมันจะเกาะผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปเลี้ยงสมองได้น้อยหรือไม่ได้

การดีท็อกซ์ื มีประโยชน์อย่างไร

รายงานทางการแพทย์ การดูแลรักษาสุขภาพรูปแบบใหม่คือ การใส่ใจในลำไส้
90% ของความเจ็บป่วย มีต้นเหตุมาจากลำไส้

มนุษย์ทุกเพศทุกวัย ตื่นเช้าขึ้นมาสิ่งแรกที่ต้องทำและต้องทำทุกวันเป็นกิจวัตร ก็คือ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม เพื่อทำความสะอาด
และชำระสิ่งสกปรกภายนอกร่างกาย แต่ที่สำคัญมากไม่แพ้กัน ก็คือ การทำความสะอาดภายใน ส่วนมากเรากลับมองข้ามไป ตั้งแต่เกิดมา
จนถึงปัจจุบันเราเคยชำระล้างภายในบ้างหรือไม่ ในอดีดที่ผ่านมาอายุเรายังน้อยร่างกายยังแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนทำงานได้ตามปกติ
สามารถกำจัดและขับสารพิษได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกายเสื่อมลง ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ การกำจัดสารพิษทำงานได้น้อยลง
ร่างกายเริ่มอ่อนแอ เช่น เริ่มปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย จนกระทั่งลุกลามใหญ่โตเป็นโรคร้ายเกินการควบคุม หยุดพักสักนิด
ให้เวลากับชีวิต โดยการล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย kinto detox เช่น อาหาร อากาศ น้ำ สารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นพิษ
ดีท็อกซ์มีประโยชน์และผลดีอย่างไร

1. ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย สารพิษต่างๆ จะถูกชะล้างออกไป ลดการสะสมของสารพิษ
เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไป ลำไส้จะสามารถทำงานได้ตามปกติ

2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส ้ ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อนแอลง และทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วย
ส่งเสริมกล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นจังหวะ จะช่วยทำให้การผลักดันของของเสีย
เช่น กากอาหาร และอุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้น ไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ

3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ
ตามมา การล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลดอาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตันบริเวณนั้น
ทำให้ลำไส้มีรูปร่าง ปกติตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น

4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะทุกส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้โดยจุดตอบสนอง
การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลือง และการหมุนเวียนของเลือด เป็นต้น kinto detox.

แชมพูยาจีน เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย

แชมพูยาจีน เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คุณก็คงอยากมีผมนุ่มสลวยเพราะเป็นส่วนเสริมบุคลิกภาพให้คุณดูดีขึ้น ผู้หญิงที่มีผมสลวยเงางาม มักจะเป็นที่ต้องตาของผู้ที่ได้พบ นอกจากเรื่องความสวยงามแล้วเส้นผมยังช่วยปกป้องอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ความร้อน ความหนาวเย็น พบว่าผู้ชายชาวตะวันตกที่ศรีษะล้านจะตรวจพบมะเร็งผิวหนังบริเวณศีรษะได้บ่อยกว่า คนทั่วไป เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นผม และวิธีการดูแลเส้นผม ให้สวยงาม และมีสุขภาพแข็งแรง กันดีกว่า ความจริงเกี่ยวกับเส้นผม เส้นผมที่เราเห็นงอกยาวมาจากหนังศีรษะนั้น เป็นเซลล์ที่ตายแล้วเรียงตัวเป็นชั้น ๆ คล้ายลำต้นของต้นไม้ คือมีแกนกลาง (Medulla) และเปลือก (Cortex) การเรียงตัวของเซลล์เปลือก (Cuticle) เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เส้นผมดูดีหรือไม่ ถ้าเรียงตัวเป็นระเบียบเรียบร้อยเส้นผมก็จะดูเงางาม ถ้าเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ หรือแตกออกจากกัน เส้นผมก็จะดูกระด้างและอาจทำให้เส้นผมเปราะหรือแตกได้ แล้วควรดูแลเส้นผมอย่างไร มีหลักการง่าย ๆ อยู่ว่าควรลดการรบกวนเส้นผมให้น้อยลง ให้ความทะนุถนอมเส้นผม ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้ครบทุกหมู่ เพราะสารอาหารมีส่วนสำคัญ ในการเสร้างเส้นผมโดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีนและวิตามิน ส่วนวิธีการดูแลรักษา มีดังนี้ – หลีกเลี่ยงการรัดหรือเกล้าผมแน่นจนเกินไป – หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อนมากจนเกินไป – หลีกเลี่ยงการดัดหรือกัดสีผมบ่อยจนเกินไป หากต้องการทำ ควรเลือกช่างผม ที่ชำนาญ – ควรหวีหรือแปรงผมให้น้อยลง ไม่ควรหวีผมขณะผมเปียก หรือใช้หวี ที่มีซี่แปรงคม หรือถี่จนเกินไป
– ให้แชมพูและครีมนวดให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผม และหนังศีรษะ ถ้าเป็นคนที่มีผมมันก็ไม่ควรใช้ครีมนวดผมมากจนเกินไป หรือไม่ควรใช้แชมพู ที่ผสมครีมนวดผม แชมพูยาจีน.

แชมพูยาจีน

แชมพูยาจีน ส่วนผู้ที่มีผมแห้งแตกปลาย ก็ควรใช้แชมพูสำหรับผมแห้ง และใช้ครีมนวดผม เป็นประจำ แชมพูยาจีน by noon
ส่วนเรื่องการสระผมควรสระบ่อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความสกปรก และความมัน ของเส้นผม ถ้าเป็นคนที่มีผมมัน และต้องถูกฝุ่นละอองอยู่เสมอ จำเป็นต้องสระผมบ่อย ก็ควรใช้แชมพูอ่อน และสระผมด้วยความนุ่มนวล

สำหรับผู้ที่มีผมเสียไม่ว่าจากสารเคมี, แสงแดด, การกัดสีผม, การดัดผมบ่อย ๆ จนผมแห้ง และแตกปลาย ควรใช้กรรไกรเล็มปลายผมที่แตกออก และใช้ครีมนวดผมที่มีคุณภาพ เป็นประจำ และควรหมักผมด้วยครีม หรือโคลนหมักผม ทุกสัปดาห์ ค่อย ๆ เลี้ยงเส้นผมใหม่ ให้มีสุขภาพผมดีขึ้น แต่อย่าลืมว่า ผมคนเรายาวแต่เดือนละ 1 เซนติเมตร ดังนั้น กว่าจะเลี้ยงผมใหม่ ที่มีสุขภาพดีให้ยาว ก็ต้องใช้เวลากันหน่อย แต่คุณก็คงอดทนได้ ไม่ใช่หรือ

คราวนี้คงเข้าใจเรื่องเส้นผมมากขึ้นบ้างแล้ว หมั่นดูแลรักษาเส้นผมเป็นประจำ แล้วคุณก็จะพบว่า ไม่ยากเลยที่จะมีผมสวย หากมีใครมาทักว่า “คุณผมสวยจัง” ก็ได้ชื่นใจกันละคราวนี้ แชมพูยาจีน

ผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม

1. ยาย้อมผมชนิดชั่วคราว มีส่วนประกอบของสีที่รับรองแล้ว มีขนาดโมเลกุลใหญ่ สีนี้เคลือบบนชั้นนอกของเส้นผม มักจะล้างออกหลังจากสระผมด้วยแชมพูครั้งแรก หรือครั้งที่ 2 ผลิตภัณฑ์ทางการค้า ได้แก่

คัลเลอร์ รินส์ (Color rinse) มีหลักการใช้โดยสระผม แล้วซับน้ำให้แห้ง ทาคัลเลอร์รินส์ลงบนเส้นผม อาจเริ่มจากผมบริเวณท้ายทอย หวี หรือแปรงให้ทั่ว ไม่ต้องล้างออกหรืออาจทิ้งไว้ประมาณ 2 – 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซึ่งทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามวิธีใช้ของแต่ละตำรับ

ดินสอทาสีผม (Hair Crayons) ใช้สำหรับปกปิดเส้นผมที่เริ่มหงอก หรือ ตกแต่งผมที่งอกออกมาใหม่ หลังการย้อม วิธีการใช้ทำโดยให้ปลายของแท่งดินสอนี้เปียกน้ำแล้วทาตลอดบนเส้นผมหงอกเริ่ม ตั้งแต่หนังศีรษะ เนื่องจากดินสอทาสีผมประกอบด้วยไขมัน ดังนั้นการย้อมผมครั้งต่อไปต้องแน่ใจว่าล้างเอาไขมันออกจากเส้นผมหมดสิ้น

สีพ่นสำหรับผม (Color Sprays) มักบรรจุในกระป๋องฉีดพ่น มีสีเงิน สีทอง และสีอื่นๆ ไว้สำหรับใช้ในกรณีพิเศษ

2. ยาย้อมผมชนิดกึ่งถาวร มีส่วนประกอบเป็นสี ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็กสามารถซึมเข้าไปถึงชั้นกลางเส้นผมได้ สีจะคงทนได้นาน 3 – 5 อาทิตย์ ขณะนี้กำลังเริ่มจะเป็นที่นิยมได้แก่ แชมพูย้อมสีผม โลชั่น และโฟมย้อมสีผม

3. ยาย้อมผมชนิดถาวรติดทนบนเส้นผมอย่างถาวร ทนทานต่อการสระด้วยแชมพู การแปรงและอื่นๆ

3.1 ยาเคลือบสีผม (Coating Tints) สีจะสะสมบนชั้นนอกของเส้นผมเท่านั้น แบ่งออกเป็น

3.1.1 สมุนไพรย้อมผม (Vegetable Dyes) สีจะเคลือบติดบนเส้นผมคงทน โดยมีผลต่อชั้นนอกสุดของเส้นผม แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้างของเส้นผม ได้แก่ ยาย้อมผมที่มีส่วนผสมของใบจากต้นเฮนนาให้สีทอง และสีแดง

3.1.2 เกลือโลหะย้อมผม (Metallic Dyes) ได้แก่ ยาเคลือบผมที่ส่วนประกอบของตะกั่วอะซีเตต เชื่อว่าเกิดปฏิกิริยาระหว่างตะกั่ว อะซีเตตและซัลเฟอร์ในเคราตินทำให้เกิดตะกั่วซัลไฟด์เคลือบติดบนเส้นผม ต้องทาซ้ำ เพื่อให้ได้สีตามต้องการ

3.1.3 สีผสม (Compounds dyes) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรย้อมผม และเกลือโลหะย้อมผม

3.2 ยาย้อมผมชนิดซึมเข้าในเส้นผม ประกอบด้วยน้ำยา 2 ขวด

ขวดที่ 1 อาจเป็นของเหลวหรือครีม มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สีออกซิเดชั่น หรือที่เรียกว่าสีพารา อยู่ในสภาวะด่าง ซึ่งโดยมากใช้แอมโมเนียความเป็นกรด – ด่าง ประมาณ 8-11 ด่างจะช่วยในส่วนชั้นนอกของเส้นผมบวม และพองขึ้นมาก ทำให้สีซึมเข้าไปอยู่ในเส้นผม แต่หากเป็นด่างมากจะเป็นอันตรายต่อเส้นผม เพราะด่างสามารถละลายส่วนชั้นนอกของเส้นผมบางส่วน ทำให้เส้นผมแลดูหยาบกระด้าง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผึว เพื่อช่วยสีย้อมผมซึมเข้าไปในเส้นผมได้ดี และอาจประกอบด้วยสารที่ทำให้ข้นเพื่อป้องกันสีย้อมผมไหลออกจากเส้นผม เป็นต้น

สีออกซิเดชั่น ที่นิยมใช้ในยาย้อมผมในตลาดเมืองไทย คือ พาราฟีนีรีนไดอะมีนและพาราโทลูอีนไดอะมีน

ขวดที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า น้ำยาโกรก นิยมใช้ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6% ซึ่งผลิตเป็นสองแบบ คือ ชนิดของเหลวใส และชนิดที่เป็นครีม โดยการเติมสารที่ช่วยให้ข้น สารช่วยปรับสภาวะเส้นผมและกรด เป็นต้น ในส่วนของการย้อมผม ต้องผสมน้ำยาขวดที่ 1 และขวดที่ 2 ทันทีก่อนใช้ย้อมผม เมื่อผสมกันไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะปล่อยออกซิเจนอิสระ ซึ่งจะออกซิไดซ์สีพาราทำให้เกิดสีย้อมติดกับผม

ไฮโดร เจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเข้มข้นมากกว่า 6% จะทำให้ผมแห้งและทำลายเส้นผมอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะ แต่ถ้าความเข้มข้นน้อยกว่า 6 % จะอ่อนเกินไปไม่สามารถออกซิไดซ์สีพาราอย่างมีประสิทธิภาพ

การทดสอบการแพ้

การย้อมผมด้วยยาย้อมผมชนิดกึ่งถาวร และยาย้อมผมชนิดซึมเข้าในเส้นผม ต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนย้อม เนื่อง จากยาย้อมผมทำให้เกิดอาการแพ้ได้มากและการแพ้นี้ไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ บางครั้งคนซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างมานานเป็นปีแล้วจึงเกิดอาการแพ้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาได้แนะนำวิธีการทดสอบการแพ้ที่ผิวหนังก่อนการย้อมดังนี้

1. ทดสอบการแพ้ทุกครั้งก่อนย้อมผม

2. แบ่งยาย้อมที่จะใช้ย้อม สำหรับนำมาทดสอบ

3. ยาย้อมผมที่จะใช้ทดสอบต้องผสม และเตรียมโดยวิธีเดียวกับที่จะใช้ย้อมจริง ตามคำแนะนำวิธีใช้

4. ใช้แปรงขนอูฐ หรือ สำลีพันปลายไม้ จุ่มยาย้อมที่เตรียมไว้ทาบริเวณผิวหนังหลังใบหู และบริเวณหนังศีรษะเป็นแถบกว้างไม่น้อยกว่า 1/4 นิ้ว และ ยาวไม่น้อยกว่าครึ่งนิ้ว

5. ทิ้งไว้โดยไม่ต้องปิด และไม่รบกวนบริเวณนั้นโดยการหวี ใส่หมวก/ใส่แว่นตา หรือสิ่งอื่นเป็นเวลานาน 24-48 ชั่วโมง หลังจากทา

6. ถ้ามีรอยสีแดง รอยไหม้ คัน ปริ (small blisters) หรือ พุพอง เกิดขึ้นที่บนบริเวณนั้น ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงว่ามีอาการแพ้ไม่ควรย้อมผมด้วยยาย้อมผมนั้น

ยาย้อมผมและมะเร็ง

ในปี 1998 นักวิชาการซึ่งเป็นนักวิทยาศาตร์ของมหาลัย California, San Franeisco ได้ตั้งข้อสงสัยจากการทำการทดลองในคนที่ใช้ยาย้อมผมจำนวน 2,544 คน หลังจากการศึกษาแปรผลการศึกษากับสัตว์ทดลองทางด้านระบาดวิทยา สรุปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับในเรื่องของการเกิด non-Hodgkin’s lymphoma ( มะเร็งต่อมน้ำเหลือง) กับยาย้อมผม ซึ่งตีพิมพ์ในวาสาร Oraerican Journal of Public Health ในเดือนธันวาคม 1998 ซึ่งหน่วยงาน FDA ของสหรัฐอเมริกาต้องศึกษาเรื่องนี้ต่อไป

ความเป็นพิษ

จากการวิจัยพบว่าสีออกซิเดชั่นบางชนิด ทำให้สัตว์ทดลองเป็นมะเร็งที่เต้านม และที่มดลูก เป็นต้น แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ในคน นอกจากนี้บางชนิดทำให้เกิดการระคายเคือง และแพ้ได้อีกด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 13 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง 2517 เกี่ยวกับคำเตือนซึ่งผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายต้องระบุไว้บนฉลากของน้ำยาย้อมผม ดังนี้

คำเตือน

1. ระวังอย่าให้เข้าตา เพราะอาจทำให้ตาบอดได้

2. ต้องหยุดใช้ และล้างออกด้วยน้ำทันทีเมื่อมีอาการคันปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่ใช้ และที่ถูกน้ำยาหรือมีเม็ดผื่นแดง

3. ห้ามเกาศีรษะอย่างแรงในระหว่างสระและย้อมผม เพราะอาจเกิดรอยถลอกเป็นแผลหรือเม็ดผื่นแดง ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้

4. ห้ามใช้เมื่อหนังศีรษะมีรอยถลอก เป็นแผล หรือโรคผิวหนัง

ปัจจุบันได้มีผู้วิจัยเกี่ยวกับ เรื่อง ยาย้อมผม และได้ให้ข้อเสนอแนะสำหรับประชาชนในการเลือกซื้อยาย้อมผมว่า ควรหลีกเลี่ยง สีดำ และควรเลือกใช้ยาย้อมผมที่มี สารพาราฟีนิลีน ไดอะมีนส์ และไฮไดรเจนเปอร์ออกไซด์ไม่เกินร้อยละ 6 หรือ ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นอกจากนี้ไม่ควรย้อมผมเกินเดือนละ 1 ครั้ง และควรทดสอบก่อนย้อมทุกครั้งด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวผู้ย้อมเอง

ผมร่วง เกิดในบางส่วนของหนังศีรษะ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ (pattern) จากการศึกษาพบว่าทั้งในชายและหญิงจะมีฮอร์โมนชายสร้างจากต่อมหมวกไต แชมพูยาจีน ได้แก่ ฮอร์โมนเทสโทสโตโรน (Testosterone) และไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone, DHT) ฮอร์โมนจะกระตุ้นขนรักแร้ ขนบริเวณหัวเหน่าและเครา ให้เปลี่ยนเป็น เส้นผม หนาดำ หยาบ และยาวขึ้น กระตุ้นการสร้างอสุจิ ขนาดอวัยวะเพศ เสียง ความรู้สึกทางเพศ และเร่งให้มีการผลัดเส้นผมในบริเวณเหนือหน้าผาก และกลางกระหม่อมเพิ่มขึ้น โดยอายุเส้นผมระยะเจริญสั้นลง ผมจึง หลุด ร่วงก่อนกำหนด ส่วนเส้นผมใหม่ที่ขึ้นแทนเส้นจะเล็กและสั้นลงตามลำดับ เพราะขนาดรากผมเล็กลงและฝ่อไปในที่สุด

Miniaturization of the Hair Follicle in Hair Loss

ผมบาง แบบพันธุกรรมนี้เกิดจากปัจจัย ได้แก่

พันธุกรรมซึ่งถ่ายทอดเป็นยีนเด่น ทำให้ผมมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนชายเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและอายุที่เพิ่มมากขึ้น พันธุกรรมอาจเป็นตัวกำหนดลักษณะ เนื้อเยื่อและเอนไซม์ของต่อมขน พบว่ารากผมบริเวณ outer root sheath และเซลไพโบรบลาส ในบริเวณต่อขนจะมี androgenic receptor รากผมบริเวณกลางกระหม่อมและเหนือหน้าผาก พบมีจำนวน receptor สูงกว่าบริเวณท้ายทอยถึง 1.5 เท่า และ receptor ในหญิงพบมีน้อยกว่าชาย พบเพียงร้อยละ 40 ของในชาย ดังนั้นเส้นผมของชายในบริเวณดังกล่าวจะตอบสนองต่อฮอร์โมน DHT มากกว่า และพบว่ารากผมบริเวณดังกล่าวจะมีเอนไซม์ type 2-5 reductase สูงขึ้นด้วย เอนไซม์ชนิดนี้เปลี่ยน testosterone เป็น DHT ซึ่งมีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายสูงกว่า จึงยิ่งกระตุ้นให้อายุของต่อมผมสั้นลง ในหญิงเส้นผมบริเวณดังกล่าวก็มี receptor สูงเช่นกัน แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับชาย เพราะในหญิงมีระดับเอนไซม์ cytochrome P450 aromatase สูงกว่าชายถึงร้อยละ 80 เอนไซม์นี้สามารถเปลี่ยน testosterone เป็นฮอร์โมนหญิง estradiole ซึ่งช่วยต่อต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนชายได้ ส่วนในชายศีรษะล้านตรวจไม่พบเอนไซม์นี้เลย

ธรรมชาติของเส้นผม

ผม แต่ละเส้นงอกจากเดอร์มัลแปปิลลาไปเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมทริกซ์ (Matrix)ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ผลิตเซลล์ผม เมื่อเซลล์นี้แบ่งตัวขึ้นมา ก็จะดันเซลล์เก่าขึ้นไปข้างบนจนอยู่เหนือผิวหนังเซลล์ผมที่ถูกผลักขึ้นมาเรื่อยๆจะค่อยๆตายขณะเดียวกันก็ผลิตสารเคอราติน (Keratin) พอกพูนขึ้นสารเคอราตินนี้จะเรียงตัวเป็นเส้นขนานแต่ละเส้นของเคอราตินจะถูกยึดติดกันด้วยพลังไดซัลไฟด์บอด์ (Disulfide Bond) เมื่อสารเคอราตินถูกผลักให้สูงขึ้นๆจะมีการเรียงตัวแบ่งออกเป็น 3 ชั้นชัดเจนขึ้น ซึ่งชั้นแรกคือชั้นแกนกลางเรียกว่า เมดัลลา (Medulla) ชั้นถัดออกไปคือ คอร์เท็กซ์ (Cortex) ส่วนชั้นผิวนอกสุดเรียกว่า คิวติเคิล (Cuticle)

ชั้นเมดัลลา(Medulla) มีเซลล์รูปร่างกลมๆระหว่างเซลล์มีช่องอากาศแทรกอยู่ทำให้ดูคล้ายฟองน้ำ

ชั้นคอร์เท็กซ์ (Cortex) มีเซลล์รูปร่างกระสวยซึ่งเป็นเซลล์ตายที่เต็มไปด้วยเคอราตินชั้นคอร์เท็กซ์นี้เป็นชั้นที่แสดงคุณลักษณะของเส้นผมไม่ว่าจะเป็นความอ่อนนุ่ม สีสัน และความอวบอ้วน หรือ ความผอมของผม

ชั้นคิวติเคิล (Cuticle) ที่อยู่นอกสุดเป็นชั้นที่ประกอบด้วยเซลล์ตายทับซ้อนกัน 7 ชั้นแต่ละเซลล์เต็มไปด้วยเคอราตินใสๆส่วนคิวติเคิลนี้มีลักษณะคล้ายเกล็ดปลาผายออก(ซึ่งช่วยทำให้การดึงผมหลุดออกมาได้ยาก)เส้นผมส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังขึ้นมามีแต่เซลล์ตาที่เต็มไปด้วยเคอราติน แชมพูยาจีน.

do me วิตามินซี ช่วยในการดูแลผิวพรรณให้ข่าวเนียน สดใส

do me วิตามินซี ช่วยในการดูแลผิวพรรณให้ข่าวเนียน สดใส เปล่งประกายได้อย่างไร? การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยต่างๆแล้ว วิตามินซี ยังเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส อย่างง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเมื่อทำการทานวิตามินซีแล้ว จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้าน ดังต่อไปนี้ 1.ช่วยในการป้องกัน และบำรุงผิวพรรณให้ขาว สดใส เรียบเนียน ชวนสัมผัส 2.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว 3.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด 4.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง 5.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ 6.ช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูขาวกระจ่างสดใสมากขึ้น ด้วยการทำให้เม็ดสีเมลานินจางลง 7.ช่วยปกป้องดูแลผิวให้ห่างไกลอันตรายจากรังสียูวี ลดปัญหาผิวไหมเ และบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด 8.ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่า 9.ช่วยฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่ม เปล่งปลั่งสดใส 10.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อผิวได้รับสารอาหารมากขึ้น สุขภาพของผิวก็จะดีมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ของวิตามินซี ทำให้มันกลายมาเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส ที่แสนง่าย อีกทั้งยังมีผลลัพธ์สุดยอดเยี่ยมในการแลผิวพรรณ ในขณะที่มีราคาย่อมเยาว์ และหาซื้อได้อย่างงายดายจากร้านขายยา หรือจากร้านขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมความงามทั่วไปอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การทานวิตามินซี ในฐานะ วิธีผิวใส ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบำรุงผิวพรรณ ได้อย่างเหมาะสม และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว do me.

do me

do me วิตามินซี วิตามินบำรุงผิว ชั้นเลิศจากธรรมชาติ ดูมี โดม
ในยุคสมัยแห่งความงาม ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนที่มีผิวพรรณขาว สวย สดใส แลดูมีสุขภาพดีจนน่าอิจฉา ณ เวลานี้ ทำให้หลายคนพยายามค้นหาวิธีที่จะช่วยทำให้ผิวของตัวเองได้รับการบำรุงดูแลให้ดูดีมีระดับเหมือนกับคนอื่นๆบ้าง ซึ่งหนึ่งใน วิตามินบำรุงผิว ที่มีผลลัพธ์ดีเยี่ยม ในราคาแสนประหยัด แถมยังสามารถหาซื้อ หรือรับประทานผ่านอาหารได้อย่างไม่ยากนั้น เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจาก วิตามินซีนั่นเอง สำหรับในวันนี้ ผู้เขียนจะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ วิตามินซี กันอย่างเจาะลึก ว่าเจ้าสารอาหารตัวนี้ จะมีประโยชน์ในฐานะ วิตามินบำรุงผิว อย่างไรกันบ้าง? do me

วิตามินซี มีประโยชน์ในการบำรุงผิวพรรรอย่างไรบ้าง?

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินซีที่ได้รับในแต่ละวันเอาไว้ได้ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่จะต้องรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม และมีความต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้วิตามินซีช่วยในการสร้างเสริมสุขภาพ และความงามได้อย่างเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพ ได้แนะนำการทานวิตามินซีในปริมาณที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล แต่อย่างน้อยที่สุด ในฐานะของ วิตามินบำรุงผิว แล้ว ควรรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยประมาณวันละ 10- 200 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซี มีประสิทธิภาพในการดูแลผิวพรรณ ดังต่อไปนี้

1.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว

2.บรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด

3.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง

4.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

5.ช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูขาวกระจ่างสดใสมากขึ้น ด้วยการทำให้เม็ดสีเมลานินจางลง

6.ช่วยปกป้องดูแลผิวให้ห่างไกลอันตรายจากรังสียูวี ลดปัญหาผิวไหมเ และบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด

7.ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่า

8.ช่วยฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่ม เปล่งปลั่งสดใส

9.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อผิวได้รับสารอาหารมากขึ้น สุขภาพของผิวก็จะดีมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

การใช้วิตามินซีมาใช้ในฐานะของ วิตามินบำรุงผิว do me ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวพรรณ ได้อย่างเหมาะสม และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

วิตามินซี กับประโยชน์ในการบำรุงร่างกายสุดยอดเยี่ยม มากกว่าที่คุณเคยคิด
วิตามินซี เป็นหนึ่งในชนิดของสารอาหารที่ร่างกายต้องการเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน และเป็นชื่อที่เคยได้ยินคุ้นหูกันดี ในขณะที่สัตว์บางชนิดสามารถที่จะสังเคราะห์เจ้าวิตามินตัวนี้ขึ้นมาเองได้ภายในร่างกายของตัวเอง มนุษย์เรากลับจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาวิตามินซีจากแหล่งอาหารภายนอก โดยเฉพาะจากผัก ผลไม้สด หรือจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายอยู่อย่างมากมายในท้องตลาดปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการส่วนใหญ่ จะพยายามแนะนำให้รับวิตามินซี เพื่อใช้ในการบำรุงสุขภาพ บำรุงส่วนต่างๆของร่างกาย และผิวพรรณ ผ่านแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ทำให้แหล่งอาหารสดอย่างเช่น น้ำส้มคั้น น้ำส้มแช่แข็งไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ล้วยแล้วแต่เป็นแหล่งของวิตามินซีที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่จะจัดเตรียมอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสดๆนั้น ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากเอาการทีเดียว ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม วิตามินซี ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

วิตามินซี มีส่วนช่วยในการบำรุงดูแลสุขภาพอย่างไร?

ในอดีต วิตามินซี ถูกนำมาใช้ในการช่วยป้องกัน และรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ที่เกิดขึ้นกับบรรดาเหล่ากะลาสีที่ต้องออกเรือเดินทางข้ามหมาสมุทรเป็นระยะเวลานานๆ แต่ในปัจจุบัน วิตามินซี ถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดในการป้องกันโรคไข้หวัด อาการติดเชื้อ ลดสิว บำรุงเหงือก และโรคผิวพรรณอื่นๆ รวมไปถึงการบำรุงผิว เป็นต้น นอกจกานี้ วิตามินซี ยังส่งผลช่วยบรรเทาอาการทางอารมณื เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด สมาธิสั้น และผ่อนคลายจิตใจที่เมื่อยล้า เป็นต้น รวมไปถึงโรคอื่นๆอีกมานย จนแทบจกล่าวได้ว่า วิตามินซี สามารถดูแลสุขภาพของคนเราได้อย่างครอบคลุม สุดแสนจะยอดเยี่ยมเลยทีเดียว do me.