Author Archives: admin

kinto detox สวนลำไส้ล้างพิษฟังชื่อแล้วอย่างเพิ่งเสียวลำไส้กัน

kinto detox สวนลำไส้ล้างพิษฟังชื่อแล้วอย่างเพิ่งเสียวลำไส้กันไปนะคะ การสวนล้างลำไส้เกิดขึ้นเพราะพฤติกรรมการกินอาหารของคนปัจจุบัน อาทิการกินอาหารขัดสี หรือมีกากใยน้อย ส่งผลให้ลำไส้ทำงานไม่ดีเพิ่มสารพิษให้ร่างกาย และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมาผลจากการเปลี่ยนอาหารการกินเป็นแบบตะวันตก การใช้ชีวิตและกิจวัตรประจำวันต่าง ๆเปลี่ยนไปมาก ผู้คนจึงเจ็บป่วยด้วยโรคบางอย่าง อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นหนึ่งในโรคเหล่านั้นปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆการขับถ่ายในช่วงเช้า สำคัญอย่างไรในช่วงเวลา 05.00 – 07.00 น. เป็นเวลาของลำไส้ใหญ่ ที่จะทำงานได้ดีีในการขจัดพิษ ถ้ายังไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระนี้อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ขับถ่ายไม่ออก จะถูกบีบตัวขึ้นมาจากลำไส้ใหญ่ ผ่านลำไส้เล็กมาที่กระเพาะอาหาร อุจจาระก็จะถูกดูดซึมอีกครั้งหนึ่งของเสียจะย้อนกลับเข้าไปที่กระแสเลือด ดูดซึมไปยังเซลล์ เนื้อเยื่อ ไปตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายเพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดไม่สะอาดไหลไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย
ไหลผ่านสมอง หัวใจ ปอด ม้าม ตับ ผิวหนัง อวัยวะเหล่านี้ก็จะได้รับแก๊สพิษด้วยเช่น ก่อนเที่ยงถึงบ่าย ง่วงนอนเพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจก็จะอ่อนล้าและไม่สดชื่น มีกลิ่นตัว กลิ่นปากก็มาจากเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับออกทางผิวหนังและลมหายใจ ตัวเองอาจไม่ค่อยได้กลิ่น แต่คนอื่นจะได้กลิ่นเพราะฉะนั้นถ้าปล่อยไว้โดยไม่ขับถ่ายช่วงเวลา 05.00-07.00 น. นานๆ เข้าเป็นเวลาหลายๆ ปี ทำให้เลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่างๆ kinto detox.

kinto detox

kinto detox เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หรือเลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย จะเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น คินโตะ
– ผมร่วง หน้าแก่เร็ว คออักเสบง่าย
– นอนไม่ค่อยหลับ นอนไม่เต็มอิ่ม ฝันบ่อย ปวดไหล่ ตื่นกลางดึกบ่อย ๆ
– ปวดหัวข้างเดียว ปวดหู ปวดกระบอกตา เป็นไซนัส
– เหงือกบวม เจ็บคอ เจ็บลิ้น ปวดชายโครง ปวดหลัง ปวดเข่า กระดูกสะโพก
จะเคลื่อนได้ง่าย ปวดสะโพก ปวดข้อเท้าหลังเท้า วิตกกังวล อาจมีอาการทีละอย่าง หรือหลายอย่างพร้อมกัน

สมองเสื่อม
จากงานวิจัยในประเทศไทย พบว่าวันข้างหน้า อีกประมาณ 4-5 ปี จะมีผู้ป่วยสูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมถึง 9 ล้านคน เมื่อเราทราบอย่างนี้แล้ว
ก็มาหาทางบำรุงสมองกันดีกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนเหตุอันควร ซึ่งเมื่อเป็นแล้วจะเป็นภาระกับคนในครอบครัวอย่างมาก
ที่จะต้องมาคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา kinto detox

สาเหตุหนึ่งที่เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย เป็นเพราะกินอาหารผัดน้ำมันต่อเนื่องเป็นประจำติดต่อกันหลายๆ ปี
น้ำมันจะเกาะผนังลำไส้ ทำให้ลำไส้ดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ไปเลี้ยงสมองได้น้อยหรือไม่ได้

การดีท็อกซ์ื มีประโยชน์อย่างไร

รายงานทางการแพทย์ การดูแลรักษาสุขภาพรูปแบบใหม่คือ การใส่ใจในลำไส้
90% ของความเจ็บป่วย มีต้นเหตุมาจากลำไส้

มนุษย์ทุกเพศทุกวัย ตื่นเช้าขึ้นมาสิ่งแรกที่ต้องทำและต้องทำทุกวันเป็นกิจวัตร ก็คือ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม เพื่อทำความสะอาด
และชำระสิ่งสกปรกภายนอกร่างกาย แต่ที่สำคัญมากไม่แพ้กัน ก็คือ การทำความสะอาดภายใน ส่วนมากเรากลับมองข้ามไป ตั้งแต่เกิดมา
จนถึงปัจจุบันเราเคยชำระล้างภายในบ้างหรือไม่ ในอดีดที่ผ่านมาอายุเรายังน้อยร่างกายยังแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนทำงานได้ตามปกติ
สามารถกำจัดและขับสารพิษได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกายเสื่อมลง ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ การกำจัดสารพิษทำงานได้น้อยลง
ร่างกายเริ่มอ่อนแอ เช่น เริ่มปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย จนกระทั่งลุกลามใหญ่โตเป็นโรคร้ายเกินการควบคุม หยุดพักสักนิด
ให้เวลากับชีวิต โดยการล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย kinto detox เช่น อาหาร อากาศ น้ำ สารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นพิษ
ดีท็อกซ์มีประโยชน์และผลดีอย่างไร

1. ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย สารพิษต่างๆ จะถูกชะล้างออกไป ลดการสะสมของสารพิษ
เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไป ลำไส้จะสามารถทำงานได้ตามปกติ

2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส ้ ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อนแอลง และทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วย
ส่งเสริมกล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นจังหวะ จะช่วยทำให้การผลักดันของของเสีย
เช่น กากอาหาร และอุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้น ไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ

3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ
ตามมา การล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลดอาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตันบริเวณนั้น
ทำให้ลำไส้มีรูปร่าง ปกติตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น

4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะทุกส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้โดยจุดตอบสนอง
การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลือง และการหมุนเวียนของเลือด เป็นต้น kinto detox.

แชมพูยาจีน เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย

แชมพูยาจีน เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คุณก็คงอยากมีผมนุ่มสลวยเพราะเป็นส่วนเสริมบุคลิกภาพให้คุณดูดีขึ้น ผู้หญิงที่มีผมสลวยเงางาม มักจะเป็นที่ต้องตาของผู้ที่ได้พบ นอกจากเรื่องความสวยงามแล้วเส้นผมยังช่วยปกป้องอันตรายจากสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด ความร้อน ความหนาวเย็น พบว่าผู้ชายชาวตะวันตกที่ศรีษะล้านจะตรวจพบมะเร็งผิวหนังบริเวณศีรษะได้บ่อยกว่า คนทั่วไป เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นผม และวิธีการดูแลเส้นผม ให้สวยงาม และมีสุขภาพแข็งแรง กันดีกว่า ความจริงเกี่ยวกับเส้นผม เส้นผมที่เราเห็นงอกยาวมาจากหนังศีรษะนั้น เป็นเซลล์ที่ตายแล้วเรียงตัวเป็นชั้น ๆ คล้ายลำต้นของต้นไม้ คือมีแกนกลาง (Medulla) และเปลือก (Cortex) การเรียงตัวของเซลล์เปลือก (Cuticle) เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เส้นผมดูดีหรือไม่ ถ้าเรียงตัวเป็นระเบียบเรียบร้อยเส้นผมก็จะดูเงางาม ถ้าเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ หรือแตกออกจากกัน เส้นผมก็จะดูกระด้างและอาจทำให้เส้นผมเปราะหรือแตกได้ แล้วควรดูแลเส้นผมอย่างไร มีหลักการง่าย ๆ อยู่ว่าควรลดการรบกวนเส้นผมให้น้อยลง ให้ความทะนุถนอมเส้นผม ร่วมกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้ครบทุกหมู่ เพราะสารอาหารมีส่วนสำคัญ ในการเสร้างเส้นผมโดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีนและวิตามิน ส่วนวิธีการดูแลรักษา มีดังนี้ – หลีกเลี่ยงการรัดหรือเกล้าผมแน่นจนเกินไป – หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อนมากจนเกินไป – หลีกเลี่ยงการดัดหรือกัดสีผมบ่อยจนเกินไป หากต้องการทำ ควรเลือกช่างผม ที่ชำนาญ – ควรหวีหรือแปรงผมให้น้อยลง ไม่ควรหวีผมขณะผมเปียก หรือใช้หวี ที่มีซี่แปรงคม หรือถี่จนเกินไป
– ให้แชมพูและครีมนวดให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผม และหนังศีรษะ ถ้าเป็นคนที่มีผมมันก็ไม่ควรใช้ครีมนวดผมมากจนเกินไป หรือไม่ควรใช้แชมพู ที่ผสมครีมนวดผม แชมพูยาจีน.

แชมพูยาจีน

แชมพูยาจีน ส่วนผู้ที่มีผมแห้งแตกปลาย ก็ควรใช้แชมพูสำหรับผมแห้ง และใช้ครีมนวดผม เป็นประจำ แชมพูยาจีน by noon
ส่วนเรื่องการสระผมควรสระบ่อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับความสกปรก และความมัน ของเส้นผม ถ้าเป็นคนที่มีผมมัน และต้องถูกฝุ่นละอองอยู่เสมอ จำเป็นต้องสระผมบ่อย ก็ควรใช้แชมพูอ่อน และสระผมด้วยความนุ่มนวล

สำหรับผู้ที่มีผมเสียไม่ว่าจากสารเคมี, แสงแดด, การกัดสีผม, การดัดผมบ่อย ๆ จนผมแห้ง และแตกปลาย ควรใช้กรรไกรเล็มปลายผมที่แตกออก และใช้ครีมนวดผมที่มีคุณภาพ เป็นประจำ และควรหมักผมด้วยครีม หรือโคลนหมักผม ทุกสัปดาห์ ค่อย ๆ เลี้ยงเส้นผมใหม่ ให้มีสุขภาพผมดีขึ้น แต่อย่าลืมว่า ผมคนเรายาวแต่เดือนละ 1 เซนติเมตร ดังนั้น กว่าจะเลี้ยงผมใหม่ ที่มีสุขภาพดีให้ยาว ก็ต้องใช้เวลากันหน่อย แต่คุณก็คงอดทนได้ ไม่ใช่หรือ

คราวนี้คงเข้าใจเรื่องเส้นผมมากขึ้นบ้างแล้ว หมั่นดูแลรักษาเส้นผมเป็นประจำ แล้วคุณก็จะพบว่า ไม่ยากเลยที่จะมีผมสวย หากมีใครมาทักว่า “คุณผมสวยจัง” ก็ได้ชื่นใจกันละคราวนี้ แชมพูยาจีน

ผลิตภัณฑ์ย้อมผมที่มีขายทั่วไปในท้องตลาด แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม

1. ยาย้อมผมชนิดชั่วคราว มีส่วนประกอบของสีที่รับรองแล้ว มีขนาดโมเลกุลใหญ่ สีนี้เคลือบบนชั้นนอกของเส้นผม มักจะล้างออกหลังจากสระผมด้วยแชมพูครั้งแรก หรือครั้งที่ 2 ผลิตภัณฑ์ทางการค้า ได้แก่

คัลเลอร์ รินส์ (Color rinse) มีหลักการใช้โดยสระผม แล้วซับน้ำให้แห้ง ทาคัลเลอร์รินส์ลงบนเส้นผม อาจเริ่มจากผมบริเวณท้ายทอย หวี หรือแปรงให้ทั่ว ไม่ต้องล้างออกหรืออาจทิ้งไว้ประมาณ 2 – 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ซึ่งทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามวิธีใช้ของแต่ละตำรับ

ดินสอทาสีผม (Hair Crayons) ใช้สำหรับปกปิดเส้นผมที่เริ่มหงอก หรือ ตกแต่งผมที่งอกออกมาใหม่ หลังการย้อม วิธีการใช้ทำโดยให้ปลายของแท่งดินสอนี้เปียกน้ำแล้วทาตลอดบนเส้นผมหงอกเริ่ม ตั้งแต่หนังศีรษะ เนื่องจากดินสอทาสีผมประกอบด้วยไขมัน ดังนั้นการย้อมผมครั้งต่อไปต้องแน่ใจว่าล้างเอาไขมันออกจากเส้นผมหมดสิ้น

สีพ่นสำหรับผม (Color Sprays) มักบรรจุในกระป๋องฉีดพ่น มีสีเงิน สีทอง และสีอื่นๆ ไว้สำหรับใช้ในกรณีพิเศษ

2. ยาย้อมผมชนิดกึ่งถาวร มีส่วนประกอบเป็นสี ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็กสามารถซึมเข้าไปถึงชั้นกลางเส้นผมได้ สีจะคงทนได้นาน 3 – 5 อาทิตย์ ขณะนี้กำลังเริ่มจะเป็นที่นิยมได้แก่ แชมพูย้อมสีผม โลชั่น และโฟมย้อมสีผม

3. ยาย้อมผมชนิดถาวรติดทนบนเส้นผมอย่างถาวร ทนทานต่อการสระด้วยแชมพู การแปรงและอื่นๆ

3.1 ยาเคลือบสีผม (Coating Tints) สีจะสะสมบนชั้นนอกของเส้นผมเท่านั้น แบ่งออกเป็น

3.1.1 สมุนไพรย้อมผม (Vegetable Dyes) สีจะเคลือบติดบนเส้นผมคงทน โดยมีผลต่อชั้นนอกสุดของเส้นผม แต่ไม่เปลี่ยนโครงสร้างของเส้นผม ได้แก่ ยาย้อมผมที่มีส่วนผสมของใบจากต้นเฮนนาให้สีทอง และสีแดง

3.1.2 เกลือโลหะย้อมผม (Metallic Dyes) ได้แก่ ยาเคลือบผมที่ส่วนประกอบของตะกั่วอะซีเตต เชื่อว่าเกิดปฏิกิริยาระหว่างตะกั่ว อะซีเตตและซัลเฟอร์ในเคราตินทำให้เกิดตะกั่วซัลไฟด์เคลือบติดบนเส้นผม ต้องทาซ้ำ เพื่อให้ได้สีตามต้องการ

3.1.3 สีผสม (Compounds dyes) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรย้อมผม และเกลือโลหะย้อมผม

3.2 ยาย้อมผมชนิดซึมเข้าในเส้นผม ประกอบด้วยน้ำยา 2 ขวด

ขวดที่ 1 อาจเป็นของเหลวหรือครีม มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สีออกซิเดชั่น หรือที่เรียกว่าสีพารา อยู่ในสภาวะด่าง ซึ่งโดยมากใช้แอมโมเนียความเป็นกรด – ด่าง ประมาณ 8-11 ด่างจะช่วยในส่วนชั้นนอกของเส้นผมบวม และพองขึ้นมาก ทำให้สีซึมเข้าไปอยู่ในเส้นผม แต่หากเป็นด่างมากจะเป็นอันตรายต่อเส้นผม เพราะด่างสามารถละลายส่วนชั้นนอกของเส้นผมบางส่วน ทำให้เส้นผมแลดูหยาบกระด้าง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารลดแรงตึงผึว เพื่อช่วยสีย้อมผมซึมเข้าไปในเส้นผมได้ดี และอาจประกอบด้วยสารที่ทำให้ข้นเพื่อป้องกันสีย้อมผมไหลออกจากเส้นผม เป็นต้น

สีออกซิเดชั่น ที่นิยมใช้ในยาย้อมผมในตลาดเมืองไทย คือ พาราฟีนีรีนไดอะมีนและพาราโทลูอีนไดอะมีน

ขวดที่ 2 เรียกกันทั่วไปว่า น้ำยาโกรก นิยมใช้ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 6% ซึ่งผลิตเป็นสองแบบ คือ ชนิดของเหลวใส และชนิดที่เป็นครีม โดยการเติมสารที่ช่วยให้ข้น สารช่วยปรับสภาวะเส้นผมและกรด เป็นต้น ในส่วนของการย้อมผม ต้องผสมน้ำยาขวดที่ 1 และขวดที่ 2 ทันทีก่อนใช้ย้อมผม เมื่อผสมกันไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์จะปล่อยออกซิเจนอิสระ ซึ่งจะออกซิไดซ์สีพาราทำให้เกิดสีย้อมติดกับผม

ไฮโดร เจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเข้มข้นมากกว่า 6% จะทำให้ผมแห้งและทำลายเส้นผมอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะ แต่ถ้าความเข้มข้นน้อยกว่า 6 % จะอ่อนเกินไปไม่สามารถออกซิไดซ์สีพาราอย่างมีประสิทธิภาพ

การทดสอบการแพ้

การย้อมผมด้วยยาย้อมผมชนิดกึ่งถาวร และยาย้อมผมชนิดซึมเข้าในเส้นผม ต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนย้อม เนื่อง จากยาย้อมผมทำให้เกิดอาการแพ้ได้มากและการแพ้นี้ไม่สามารถทำนายล่วงหน้าได้ บางครั้งคนซึ่งใช้ผลิตภัณฑ์บางอย่างมานานเป็นปีแล้วจึงเกิดอาการแพ้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาได้แนะนำวิธีการทดสอบการแพ้ที่ผิวหนังก่อนการย้อมดังนี้

1. ทดสอบการแพ้ทุกครั้งก่อนย้อมผม

2. แบ่งยาย้อมที่จะใช้ย้อม สำหรับนำมาทดสอบ

3. ยาย้อมผมที่จะใช้ทดสอบต้องผสม และเตรียมโดยวิธีเดียวกับที่จะใช้ย้อมจริง ตามคำแนะนำวิธีใช้

4. ใช้แปรงขนอูฐ หรือ สำลีพันปลายไม้ จุ่มยาย้อมที่เตรียมไว้ทาบริเวณผิวหนังหลังใบหู และบริเวณหนังศีรษะเป็นแถบกว้างไม่น้อยกว่า 1/4 นิ้ว และ ยาวไม่น้อยกว่าครึ่งนิ้ว

5. ทิ้งไว้โดยไม่ต้องปิด และไม่รบกวนบริเวณนั้นโดยการหวี ใส่หมวก/ใส่แว่นตา หรือสิ่งอื่นเป็นเวลานาน 24-48 ชั่วโมง หลังจากทา

6. ถ้ามีรอยสีแดง รอยไหม้ คัน ปริ (small blisters) หรือ พุพอง เกิดขึ้นที่บนบริเวณนั้น ภายใน 24 ชั่วโมง แสดงว่ามีอาการแพ้ไม่ควรย้อมผมด้วยยาย้อมผมนั้น

ยาย้อมผมและมะเร็ง

ในปี 1998 นักวิชาการซึ่งเป็นนักวิทยาศาตร์ของมหาลัย California, San Franeisco ได้ตั้งข้อสงสัยจากการทำการทดลองในคนที่ใช้ยาย้อมผมจำนวน 2,544 คน หลังจากการศึกษาแปรผลการศึกษากับสัตว์ทดลองทางด้านระบาดวิทยา สรุปได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับในเรื่องของการเกิด non-Hodgkin’s lymphoma ( มะเร็งต่อมน้ำเหลือง) กับยาย้อมผม ซึ่งตีพิมพ์ในวาสาร Oraerican Journal of Public Health ในเดือนธันวาคม 1998 ซึ่งหน่วยงาน FDA ของสหรัฐอเมริกาต้องศึกษาเรื่องนี้ต่อไป

ความเป็นพิษ

จากการวิจัยพบว่าสีออกซิเดชั่นบางชนิด ทำให้สัตว์ทดลองเป็นมะเร็งที่เต้านม และที่มดลูก เป็นต้น แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ในคน นอกจากนี้บางชนิดทำให้เกิดการระคายเคือง และแพ้ได้อีกด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค จึงมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 13 ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง 2517 เกี่ยวกับคำเตือนซึ่งผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายต้องระบุไว้บนฉลากของน้ำยาย้อมผม ดังนี้

คำเตือน

1. ระวังอย่าให้เข้าตา เพราะอาจทำให้ตาบอดได้

2. ต้องหยุดใช้ และล้างออกด้วยน้ำทันทีเมื่อมีอาการคันปวดแสบปวดร้อนบริเวณที่ใช้ และที่ถูกน้ำยาหรือมีเม็ดผื่นแดง

3. ห้ามเกาศีรษะอย่างแรงในระหว่างสระและย้อมผม เพราะอาจเกิดรอยถลอกเป็นแผลหรือเม็ดผื่นแดง ซึ่งอาจเกิดอันตรายได้

4. ห้ามใช้เมื่อหนังศีรษะมีรอยถลอก เป็นแผล หรือโรคผิวหนัง

ปัจจุบันได้มีผู้วิจัยเกี่ยวกับ เรื่อง ยาย้อมผม และได้ให้ข้อเสนอแนะสำหรับประชาชนในการเลือกซื้อยาย้อมผมว่า ควรหลีกเลี่ยง สีดำ และควรเลือกใช้ยาย้อมผมที่มี สารพาราฟีนิลีน ไดอะมีนส์ และไฮไดรเจนเปอร์ออกไซด์ไม่เกินร้อยละ 6 หรือ ควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ นอกจากนี้ไม่ควรย้อมผมเกินเดือนละ 1 ครั้ง และควรทดสอบก่อนย้อมทุกครั้งด้วย เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตัวผู้ย้อมเอง

ผมร่วง เกิดในบางส่วนของหนังศีรษะ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ (pattern) จากการศึกษาพบว่าทั้งในชายและหญิงจะมีฮอร์โมนชายสร้างจากต่อมหมวกไต แชมพูยาจีน ได้แก่ ฮอร์โมนเทสโทสโตโรน (Testosterone) และไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone, DHT) ฮอร์โมนจะกระตุ้นขนรักแร้ ขนบริเวณหัวเหน่าและเครา ให้เปลี่ยนเป็น เส้นผม หนาดำ หยาบ และยาวขึ้น กระตุ้นการสร้างอสุจิ ขนาดอวัยวะเพศ เสียง ความรู้สึกทางเพศ และเร่งให้มีการผลัดเส้นผมในบริเวณเหนือหน้าผาก และกลางกระหม่อมเพิ่มขึ้น โดยอายุเส้นผมระยะเจริญสั้นลง ผมจึง หลุด ร่วงก่อนกำหนด ส่วนเส้นผมใหม่ที่ขึ้นแทนเส้นจะเล็กและสั้นลงตามลำดับ เพราะขนาดรากผมเล็กลงและฝ่อไปในที่สุด

Miniaturization of the Hair Follicle in Hair Loss

ผมบาง แบบพันธุกรรมนี้เกิดจากปัจจัย ได้แก่

พันธุกรรมซึ่งถ่ายทอดเป็นยีนเด่น ทำให้ผมมีการตอบสนองต่อฮอร์โมนชายเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและอายุที่เพิ่มมากขึ้น พันธุกรรมอาจเป็นตัวกำหนดลักษณะ เนื้อเยื่อและเอนไซม์ของต่อมขน พบว่ารากผมบริเวณ outer root sheath และเซลไพโบรบลาส ในบริเวณต่อขนจะมี androgenic receptor รากผมบริเวณกลางกระหม่อมและเหนือหน้าผาก พบมีจำนวน receptor สูงกว่าบริเวณท้ายทอยถึง 1.5 เท่า และ receptor ในหญิงพบมีน้อยกว่าชาย พบเพียงร้อยละ 40 ของในชาย ดังนั้นเส้นผมของชายในบริเวณดังกล่าวจะตอบสนองต่อฮอร์โมน DHT มากกว่า และพบว่ารากผมบริเวณดังกล่าวจะมีเอนไซม์ type 2-5 reductase สูงขึ้นด้วย เอนไซม์ชนิดนี้เปลี่ยน testosterone เป็น DHT ซึ่งมีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายสูงกว่า จึงยิ่งกระตุ้นให้อายุของต่อมผมสั้นลง ในหญิงเส้นผมบริเวณดังกล่าวก็มี receptor สูงเช่นกัน แต่กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับชาย เพราะในหญิงมีระดับเอนไซม์ cytochrome P450 aromatase สูงกว่าชายถึงร้อยละ 80 เอนไซม์นี้สามารถเปลี่ยน testosterone เป็นฮอร์โมนหญิง estradiole ซึ่งช่วยต่อต้านฤทธิ์ของฮอร์โมนชายได้ ส่วนในชายศีรษะล้านตรวจไม่พบเอนไซม์นี้เลย

ธรรมชาติของเส้นผม

ผม แต่ละเส้นงอกจากเดอร์มัลแปปิลลาไปเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมทริกซ์ (Matrix)ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่ผลิตเซลล์ผม เมื่อเซลล์นี้แบ่งตัวขึ้นมา ก็จะดันเซลล์เก่าขึ้นไปข้างบนจนอยู่เหนือผิวหนังเซลล์ผมที่ถูกผลักขึ้นมาเรื่อยๆจะค่อยๆตายขณะเดียวกันก็ผลิตสารเคอราติน (Keratin) พอกพูนขึ้นสารเคอราตินนี้จะเรียงตัวเป็นเส้นขนานแต่ละเส้นของเคอราตินจะถูกยึดติดกันด้วยพลังไดซัลไฟด์บอด์ (Disulfide Bond) เมื่อสารเคอราตินถูกผลักให้สูงขึ้นๆจะมีการเรียงตัวแบ่งออกเป็น 3 ชั้นชัดเจนขึ้น ซึ่งชั้นแรกคือชั้นแกนกลางเรียกว่า เมดัลลา (Medulla) ชั้นถัดออกไปคือ คอร์เท็กซ์ (Cortex) ส่วนชั้นผิวนอกสุดเรียกว่า คิวติเคิล (Cuticle)

ชั้นเมดัลลา(Medulla) มีเซลล์รูปร่างกลมๆระหว่างเซลล์มีช่องอากาศแทรกอยู่ทำให้ดูคล้ายฟองน้ำ

ชั้นคอร์เท็กซ์ (Cortex) มีเซลล์รูปร่างกระสวยซึ่งเป็นเซลล์ตายที่เต็มไปด้วยเคอราตินชั้นคอร์เท็กซ์นี้เป็นชั้นที่แสดงคุณลักษณะของเส้นผมไม่ว่าจะเป็นความอ่อนนุ่ม สีสัน และความอวบอ้วน หรือ ความผอมของผม

ชั้นคิวติเคิล (Cuticle) ที่อยู่นอกสุดเป็นชั้นที่ประกอบด้วยเซลล์ตายทับซ้อนกัน 7 ชั้นแต่ละเซลล์เต็มไปด้วยเคอราตินใสๆส่วนคิวติเคิลนี้มีลักษณะคล้ายเกล็ดปลาผายออก(ซึ่งช่วยทำให้การดึงผมหลุดออกมาได้ยาก)เส้นผมส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังขึ้นมามีแต่เซลล์ตาที่เต็มไปด้วยเคอราติน แชมพูยาจีน.

do me วิตามินซี ช่วยในการดูแลผิวพรรณให้ข่าวเนียน สดใส

do me วิตามินซี ช่วยในการดูแลผิวพรรณให้ข่าวเนียน สดใส เปล่งประกายได้อย่างไร? การรับประทานวิตามินซีเป็นประจำทุกวัน นอกจากจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ให้ปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงจากการเกิดโรคภัยต่างๆแล้ว วิตามินซี ยังเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส อย่างง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม โดยเมื่อทำการทานวิตามินซีแล้ว จะช่วยในการบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพที่ดีอย่างรอบด้าน ดังต่อไปนี้ 1.ช่วยในการป้องกัน และบำรุงผิวพรรณให้ขาว สดใส เรียบเนียน ชวนสัมผัส 2.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว 3.ช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด 4.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง 5.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ 6.ช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูขาวกระจ่างสดใสมากขึ้น ด้วยการทำให้เม็ดสีเมลานินจางลง 7.ช่วยปกป้องดูแลผิวให้ห่างไกลอันตรายจากรังสียูวี ลดปัญหาผิวไหมเ และบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด 8.ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่า 9.ช่วยฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่ม เปล่งปลั่งสดใส 10.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อผิวได้รับสารอาหารมากขึ้น สุขภาพของผิวก็จะดีมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ของวิตามินซี ทำให้มันกลายมาเป็นหนึ่งใน วิธีผิวใส ที่แสนง่าย อีกทั้งยังมีผลลัพธ์สุดยอดเยี่ยมในการแลผิวพรรณ ในขณะที่มีราคาย่อมเยาว์ และหาซื้อได้อย่างงายดายจากร้านขายยา หรือจากร้านขายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมความงามทั่วไปอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การทานวิตามินซี ในฐานะ วิธีผิวใส ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่มีประสิทธิภาพในการช่วยบำรุงผิวพรรณ ได้อย่างเหมาะสม และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว do me.

do me

do me วิตามินซี วิตามินบำรุงผิว ชั้นเลิศจากธรรมชาติ ดูมี โดม
ในยุคสมัยแห่งความงาม ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนที่มีผิวพรรณขาว สวย สดใส แลดูมีสุขภาพดีจนน่าอิจฉา ณ เวลานี้ ทำให้หลายคนพยายามค้นหาวิธีที่จะช่วยทำให้ผิวของตัวเองได้รับการบำรุงดูแลให้ดูดีมีระดับเหมือนกับคนอื่นๆบ้าง ซึ่งหนึ่งใน วิตามินบำรุงผิว ที่มีผลลัพธ์ดีเยี่ยม ในราคาแสนประหยัด แถมยังสามารถหาซื้อ หรือรับประทานผ่านอาหารได้อย่างไม่ยากนั้น เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจาก วิตามินซีนั่นเอง สำหรับในวันนี้ ผู้เขียนจะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ วิตามินซี กันอย่างเจาะลึก ว่าเจ้าสารอาหารตัวนี้ จะมีประโยชน์ในฐานะ วิตามินบำรุงผิว อย่างไรกันบ้าง? do me

วิตามินซี มีประโยชน์ในการบำรุงผิวพรรรอย่างไรบ้าง?

วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ ร่างกายจึงไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินซีที่ได้รับในแต่ละวันเอาไว้ได้ตลอดเวลา จึงจำเป็นที่จะต้องรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสม และมีความต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้วิตามินซีช่วยในการสร้างเสริมสุขภาพ และความงามได้อย่างเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน ผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารเสริมสุขภาพ ได้แนะนำการทานวิตามินซีในปริมาณที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล แต่อย่างน้อยที่สุด ในฐานะของ วิตามินบำรุงผิว แล้ว ควรรับประทานวิตามินซีอย่างน้อยประมาณวันละ 10- 200 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซี มีประสิทธิภาพในการดูแลผิวพรรณ ดังต่อไปนี้

1.ช่วยในการต่อต้าน และกำจัดอนุมูลอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจากความชราของผิว

2.บรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด

3.ช่วยกระตุ้นการสร้าง รักษาและปรับสภาพระดับคอลลาเจนที่ผิวชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่น และรอยตีนกาให้น้อยลง

4.ช่วยลดการทำงานของเอนไซต์ที่ผลิตเม็ดสีผิว ส่งผลให้ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยสิวต่างๆ ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติ

5.ช่วยปรับสีผิวที่คล้ำจากแสงแดดให้ดูขาวกระจ่างสดใสมากขึ้น ด้วยการทำให้เม็ดสีเมลานินจางลง

6.ช่วยปกป้องดูแลผิวให้ห่างไกลอันตรายจากรังสียูวี ลดปัญหาผิวไหมเ และบรรเทาอาการอักเสบของผิวเมื่อถูกแสงแดด

7.ช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่า

8.ช่วยฟื้นฟูผิวให้เนียนนุ่ม เปล่งปลั่งสดใส

9.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบไหลเวียนโลหิต เมื่อผิวได้รับสารอาหารมากขึ้น สุขภาพของผิวก็จะดีมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย

การใช้วิตามินซีมาใช้ในฐานะของ วิตามินบำรุงผิว do me ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่า คือ การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินซี ที่มีประสิทธิภาพในการบำรุงผิวพรรณ ได้อย่างเหมาะสม และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว

วิตามินซี กับประโยชน์ในการบำรุงร่างกายสุดยอดเยี่ยม มากกว่าที่คุณเคยคิด
วิตามินซี เป็นหนึ่งในชนิดของสารอาหารที่ร่างกายต้องการเป็นอย่างมากในชีวิตประจำวัน และเป็นชื่อที่เคยได้ยินคุ้นหูกันดี ในขณะที่สัตว์บางชนิดสามารถที่จะสังเคราะห์เจ้าวิตามินตัวนี้ขึ้นมาเองได้ภายในร่างกายของตัวเอง มนุษย์เรากลับจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาวิตามินซีจากแหล่งอาหารภายนอก โดยเฉพาะจากผัก ผลไม้สด หรือจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีวางจำหน่ายอยู่อย่างมากมายในท้องตลาดปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการส่วนใหญ่ จะพยายามแนะนำให้รับวิตามินซี เพื่อใช้ในการบำรุงสุขภาพ บำรุงส่วนต่างๆของร่างกาย และผิวพรรณ ผ่านแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ทำให้แหล่งอาหารสดอย่างเช่น น้ำส้มคั้น น้ำส้มแช่แข็งไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ล้วยแล้วแต่เป็นแหล่งของวิตามินซีที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่จะจัดเตรียมอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสดๆนั้น ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ยากเอาการทีเดียว ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม วิตามินซี ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

วิตามินซี มีส่วนช่วยในการบำรุงดูแลสุขภาพอย่างไร?

ในอดีต วิตามินซี ถูกนำมาใช้ในการช่วยป้องกัน และรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ที่เกิดขึ้นกับบรรดาเหล่ากะลาสีที่ต้องออกเรือเดินทางข้ามหมาสมุทรเป็นระยะเวลานานๆ แต่ในปัจจุบัน วิตามินซี ถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดในการป้องกันโรคไข้หวัด อาการติดเชื้อ ลดสิว บำรุงเหงือก และโรคผิวพรรณอื่นๆ รวมไปถึงการบำรุงผิว เป็นต้น นอกจกานี้ วิตามินซี ยังส่งผลช่วยบรรเทาอาการทางอารมณื เช่น ภาวะซึมเศร้า ความเครียด สมาธิสั้น และผ่อนคลายจิตใจที่เมื่อยล้า เป็นต้น รวมไปถึงโรคอื่นๆอีกมานย จนแทบจกล่าวได้ว่า วิตามินซี สามารถดูแลสุขภาพของคนเราได้อย่างครอบคลุม สุดแสนจะยอดเยี่ยมเลยทีเดียว do me.

ชาเม่ คอลลาเจน คอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจน เป็นคำที่ได้ยินกันมาก

ชาเม่ คอลลาเจน คอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจน เป็นคำที่ได้ยินกันมากในปัจจุบัน ทั้งในวงการเครื่องสำอาง ความงามและใน สื่อโฆษณาต่างๆ แล้วคอลลาเจนคืออะไร? คอลลาเจนมีหน้าที่เสมือนโครงสร้างของผิว โดยคอลลาเจนทำหน้าที่เสริมความเรียบตึงของผิวหนัง ทำให้ผิวแข็งแรง เรียบเนียน เต่งตึง สร้างความยืดหยุ่นให้กับผิว และทำให้ผิวไม่มีริ้วรอย แต่โดยธรรมชาติ พอเราอาุยุ 20 ปี คอลลาเจนจะเสื่อมสภาพลง ทำให้ชั้นผิวหนังมีการยุบตัวลง เป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่น ริ้วรอย และความชราของผิวและริ้วรอยแรกที่เกิดจะเป็นรอยตีนกา เพราะผิวหนังรอบดวงตา มีความบอบบางมาก อีกทั้งกล้ามเนื้อรอบดวงตาก็เป็นกล้ามเนื้อวงกลม ไม่มีอะไรยึดผิว รอบดวงตาก็เลยจะเหี่ยวย่นง่ายกว่าที่อื่น ซึ่งการ รับประทานคอลลาเจน จะช่วยชะลอความเหี่ยวย่นและริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้ ประโยชน์ที่ได้รับจากการรับประทานคอลลาเจนชนิดผง – ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยปรับสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อ ตามร่างกาย – ช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิว เพิ่มความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้นให้แก่ผิว – ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ช่วยเติมล่องลึก และช่วยให้ฝ้า กระ จางลง – คืนความอ่อนเยาว์ในเวลาอันรวดเร็ว ยังยั้งการเกิดริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น ช่วยบำุรุงผิว – กระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดเลือด เพิ่มความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด และเนื้อเยื้ออื่นๆ ตามร่างกาย – ช่่วยบำรุงเส้นผม เล็บ เหงือก และรักษาความผิดปกติของเส้นประสาท – ช่วยในการมองเห็น และลดความอ่อนล้าของสายตาเมื่อทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เป็น
เวลานานๆ ชาเม่ คอลลาเจน.

ชาเม่ คอลลาเจน

ชาเม่ คอลลาเจน ผลที่ได้จากการรับประทานคอลลาเจนชนิดผง chame collagen
ระยะเวลาเห็นผล 30 – 60 วัน

ริ้วรอยตื้นขึ้น 50%

ผิวที่หย่อนยานกระชับชึ้น 60%

ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น 45%

เส้นผม เล็ก กระดูก แข็งแรงและหนาขึ้น มีความสดใสของดวงตามากขึ้น

คอลลาเจน Collagen คุณประโยชน์ที่คุณอาจคาดไม่ถึง

เราคงเคยผ่านตาผ่านหูจากสื่อต่างๆ ชาเม่ คอลลาเจน

เกี่ยวกับ คอลลาเจน Collagen กันบ้าง ไม่มากก็น้อย
และมักคิดว่า คอลลาเจน Collagen มีประโยชน์
เพียงในเรื่อง ความสวยความงาม
ช่วยให้ผิวพรรณ ให้เต่งตึงและกระชับ
บทความนี้จะกล่าวถึงประโยชน์ของ Collagen คอลลาเจน
ที่มีต่ออวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย ที่คุณอาจไม่เคยรู้และคาดไม่ถึง
คอลลาเจนคือออะไร
คอลลาเจนคือ โปรตีนธรรมชาติในร่างกาย
ในคอลลาเจนมีสารสำคัญ 2 ชนิด
คือ Proteoglycan และ Glycosaminoglycans
ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของผิว เส้นผม เล็บ กระดูก ข้อต่อ ตลอดจนผนังหลอดเลือด
บางคนเรียกมันว่า กาวแห่งชีวิต
เพราะคอลลาเจนทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ในร่างกายเข้าด้วยกัน
ป้องกันอวัยวะภายในร่างกายและเชื่อมอวัยวะต่างๆ ให้อยู่ด้วยกัน
ในผิวหนังชั้นหนังแท้ (Dermis) จะประกอบด้วยคอลลาเจนจนถึง 75%
เมื่ออายุมากขึ้น เส้นใยคอลลาเจนจะเสื่อมสลาย
และมีปริมาณลดลง ทำให้ชั้นผิวหนังยุบตัวลง
เป็นต้นเหตุของความเหี่ยวย่นและริ้วรอย
เช่น รอยตีนกา กล้ามเนื้อรอบดวงตาเหี่ยวย่นผู้หญิงแก่ง่ายกว่าผู้ชาย อัตราการลดลงอย่างต่อเนื่องของคอลลาเจนในผิวหนังชั้นหนังแท้
จะมีผลให้ผิวพรรณค่อยๆ สูญเสียความชุ่มชื้น นุ่มเนียนและยืดหยุ่น
ผิวที่เคยสวยเต่งตึง นุ่มนวล ค่อยๆ แห้งกร้าน
ผิวจะยุบตัวลงทุกปีทุกปีทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและตีนกา
กว่าคุณจะอายุ 45 ปี ระดับคอลลาเจนในชั้นผิวลดลงไปแล้วกว่า 30%

การรับประทานคอลลาเจนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น
และความหนาแน่นของผิวหนัง ซึ่งช่วยลดริ้วรอบตื้นๆได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของคอลลาเจน Collagen ทีเ่กี่ยวกับกระดูก เส้นเอ็นและข้อต่อ
กระดูกเราประกอบไปด้วย แคลเซี่ยม และคอลลาเจน เป็นหลัก
(ไม่ได้มีแต่แคลเซี่ยมอย่างเดียว)
โดยที่คอลลาเจนทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของกระดูก
ถ้าเปรียมกับเสา ชาเม่ คอลลาเจน คอลลาเจนก็จะเหมือนเป็นเหล็กเส้น
และแคลเซี่ยมเปรียบเหมือนปูน
ถ้าโครงสร้างเหล็กไม่แข็งแรงพอ
มีแต่ปูนก็ทำให้เสาต้นนั้นไม่แข็งแรง
การดูแลกระดูกจึงควรรับประทานคอลลาเจน
ควบคู่กับการรับประทานแคลเซี่ยม
นอกจากนี้ คอลลาเจนยังช่วยลดอาการปวดข้อกระดูก
เพราะคอลลาเจนไปช่วยสร้างเสริมความแข็งแรงของเอ็นที่เชื่อมข้อต่อกระดูก
ประโยชน์ของคอลลาเจน Collagen ทีเ่กี่ยวกับเหงือกและฟัน
เนื่องจากกระดูกของคนเราประกอบด้วย แคลเซี่ยมและคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลัก
ดังนั้น คอลลาเจน Collagen จึงมีส่วนเป็นอย่างมากเกี่ยวกับสุขภาพเหงือกและฟันที่แข็งแรง
ประโยชน์ของคอลลาเจน Collagen ทีเ่กี่ยวกับสุขภาพของเส้นผมและเล็บ
ในคอลลาเจนมีสารสำคัญ 2 ชนิด คือ Proteoglycan และ Glycosaminoglycans
ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของ เส้นผมและเล็บด้วย
การขาดคอลลาเจน จึงส่งผลกระทบต่อ สุขภาพเส้นผมและเล็บ โดยตรง
และการเสริมคอลลาเจนให้ร่างกาย ก็ส่งผลให้เส้นผมแข็งแรงมีน้ำหนัก
มีประกายเงางามและลดการเกิดผมขาว
และเล็บมีสุขภาพดีขึ้น แข็งแรง เงางามและไม่แตกหักง่าย
ประโยชน์ของคอลลาเจน Collagen ที่มีต่อดวงตา
คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบใหญ่ในชั้นกระจกตาและเลนส์ในตา
จึงช่วยในเรื่องการมองเห็นที่ชัดเจน
และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในเลนส์ตาและลดอาการตาแห้งได้อย่างดีหวังว่าเมื่ออ่านบทความนี้จบ
ท่านผู้อ่านจะได้สาระข้อมูลและความเข้าใจที่ถูกต้อง
เกี่ยวกับ คอลลาเจน Collagen มากขึ้นนะครับ ชาเม่ คอลลาเจน.

chloro mint คลอโรฟิลล์ ให้ผลดีมากในการแก้ไขโรคโลหิตจาง

chloro mint คลอโรฟิลล์ ให้ผลดีมากในการแก้ไขโรคโลหิตจางหลายประเภท มิสเตอร์ กาซซานอฟ เป็นผู้มีอายุยืนยาวคนหนึ่งของรัสเซีย ในปี ค.ศ.1971 เขามีอายุได้ 153 ปี ดร.เบอร์นาร์ด เจนเสน ได้ทำการตรวจดูเลือดของกาซซานอฟ พบว่าเขามีเม็ดเลือดแดง 6.5 ล้านตัวใน 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการตรวจดูเลือดของมนุษย์ภูเขาที่มีอายุยืนเกินหนึ่งร้อยปี ได้พบว่ามนุษย์ภูเขามีเม็ดเลือดแดงวัดได้ถึง 7.5 ล้านตัวใน 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร หมายความว่าจำนวนเม็ดเลือดแดงที่มีมากกว่า ( แน่นอนจะต้องเป็นเม็ดเลือดแดงที่อยู่กระจายห่างกัน ไม่ใช่อยู่ติดกันเป็นกลุ่มก้อน ) คือเม็ดเลือดแดงที่ทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพ เพราะจะเป็นตัวนำพาอาหารและก๊าซออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ทุกอวัยวะได้ทั่วถึงจริงๆ คลอโรฟิลล์ช่วยลดความดันโลหิตสูง เลือดที่มีความดันสูงทำให้เหนื่อยง่าย เป็นลมง่าย ที่สำคัญคือทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น คลอโรฟิลล์ช่วยฟื้นฟูการทำงานของหัวใจ ช่วยปรับการหมุนเวียนของโลหิตทั้งร่างกายให้ดีขึ้น คลอโรฟิลล์ไม่มีผลกับผู้ที่มีความดันเลือดปกติ คลอโรฟิลล์จึงเป็นเสริมอาหารบำรุงเลือดที่ดีที่สุด ความสำคัญของพืชผักสีเขียว นับแต่โบราณกาล พืชสีเขียวคืออาหารของมนุษย์และสัตว์ สัตว์ที่ป่วย เช่น สุนัข และแมวจะไม่บริโภคอาหารชนิดอื่นนอกจากพืชสีเขียว อาการป่วยจะหายไปเองภายในวันสองวัน ในประเทศแถบตะวันออกกลาง ยุโรป และแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีการเลี้ยงพวกปศุสัตว์ด้วยหญ้าสีเขียวที่เรียกว่า ” อัล-ฟาสฟาซ่าห์ (AI-Fasfasha )” ซึ่งต่อมาชาวสเปนเรียกเพี้ยนเป็น ” อัลฟัลฟ่า (ALfalfa) ” ม้าที่ป่วยด้วยโรคผิวหนังมีบาดแผลเรื้อรังเน่าเหม็นรักษาไม่หาย เมื่อปล่อยให้เป็นอิสระก็เข้าไปในป่าหากินตามยถากรรม ปรากฎว่าม้าที่บริโภคหญ้าอัลฟัลฟ่า เป็นจำนวนมากหายจากการเจ็บป่วยได้ ทำให้มนุษย์เริ่มเรียนรู้จากสัตว์ ผู้ที่ป่วยรักษาไม่หายจึงทดลองรับประทานพืชสีเขียวมากๆ ตลอดจนคั้นน้ำของพืชสีเขียวทั้งหลาย เช่น ผักขม ผักเนทเติลส์ และอัลฟัลฟ่า จึงพบว่าเมื่อดื่มน้ำผักมากๆ วันละ 3-4 ลิตร (ผสมในน้ำดื่ม) หรือพยายามรับประทานผักสดให้ได้วันละ 1 กิโลกรัมขึ้นไป สามารถรักษาความเจ็บป่วยได้หลายชนิด พืชผักสีเขียวจึงใช้เป็นยารักษาโรคมาตั้งแต่สมัยโบราณ chloro mint.
chloro mint
chloro mint พลังของพืชสีเขียวคือพลังจากแสงอาทิตย์ มนุษย์และสัตว์ที่หายใจด้วยก๊าซออกซิเจนจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้หากขาดพลังงานจากแสงอาทิตย์ คลอโรมินต์

พลังงานจากแสงอาทิตย์ทำให้พืชสามารถสร้างอาหารได้ โดยการสังเคราะห์แสง ซึ่งอาศัยสารสีหลายชนิดในพืชเองที่มีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกันโดยเฉพาะสารคลอโรฟิลล์ Chlorophyll ที่มีสีเขียว ซึ่งมีรากศัพท์มาจากคำว่าคลอรอส แปลว่าสีเขียว และฟีลลัม แปลว่าใบไม้
ความเจริญทางวิทยาศาสตร์ได้พบความลับของขบวนการทางเคมี เมื่อ ดร.ริชาร์ด วิลสเตตเตอร์ จากประเทศออสเตรีย ได้วิจัยพบสูตรโครงสร้างทางเคมีของคลอโรฟิลล์ที่ประกอบด้วยแมกนีเซียมหนึ่งอะตอมตรงกลาง ล้อมรอบด้วยกลุ่มของคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจนและไนโตรเจน ทำให้ ดร.ริชาร์ด วิลสเตตเตอร์ ได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ.1915 ต่อมาในปี ค.ศ.1930 ดร.ฮันซ์ ฟิชเช่อร์ ได้รับรางวัลในเบลจากการค้นพบสูตรโครงสร้างทางเคมีของฮีม ซึ่งเป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง chloro mint
นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดของคลอโรฟิลล์และฮีโมโกลบินดังต่อไปนี้
1. พืชสีเขียวไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้เมื่อขาดคลอโรฟิลล์ และในทำนองเดียวกันมนุษย์ไม่อาจดำรงชีพต่อไปได้ถ้าขาดฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง
2. ฮีโมโกลบินทำหน้าที่รับเอาก๊าซออกซิเจนจากอากาศไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายแล้ว จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปสู่อากาศภายหลังจากการใช้แล้ว คลอโรฟิลล์ทำหน้าที่รับเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศไปเลี้ยงเซลล์ โดยสร้างเป็นคาร์โบไฮเดรทและปล่อยก๊าซออกซิเจนออกไปสู่อากาศ
3. โครงสร้างทางเคมีของคลอโรฟิลล์และฮีม (ฮีมิน) ในฮีโมโกลบินเหมือนกันทุกประการ ยกเว้นตรงกลางซึ่งคลอโรฟิลล์มี 1 อะตอมของธาตุแมกนีเซี่ยม ส่วนฮีโมโกลบินเป็น 1 อะตอมของธาตุเหล็ก

ความคล้ายคลึงกันอย่างมากในโครงสร้างของคลอโรฟิลล์กับฮีโมโกลบิน ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้หาทางนำวิธีการใช้คลอโรฟิลล์ในรุปแบบต่างๆ เพื่อนำประโยชน์ส่วนที่ดีที่สุดของคลอโรฟิลล์ มาใช้บำรุงสุขภาพโดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเลือด

ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ ในสมัยโบราณแพทย์ทำการรักษาโรคโดยใช้รังสีของแสง และพบว่าแสงสีม่วงรักษาโรคได้ดีมาก และในปัจจุบันแพทย์ส่วนหนึ่งยังคงใช้วิธีการนี้อยู่

คลอโรฟิลล์ดูดเอารังสีของดวงอาทิตย์ได้มากถึง 2 กลุ่มช่วงคลื่นด้วยกัน กลุ่มแรกมี 2 คลื่น คือคลื่นแสงสีม่วง 390-430 มิลลิไมครอน และคลื่นแสงสีน้ำเงิน 430-470 มิลลิไมครอน อีกหนึ่งช่วงคลื่นคือแสงสีแดง 650-760 มิลลิไมครอน ซึ่งคลอโรฟิลล์ สามารถดูดเอามาใช้ได้ดีพอสมควร เรารู้กันว่าสีน้ำเงินรวมกับสีแดงคือสีม่วงนั่นเอง รวมความแล้วกลุ่มสีของแสงอาทิตย์ที่มีพลังในการรักษาโรคได้ดีนั้น คลอโรฟิลล์จึงรับพลังเหล่านี้ไว้ได้เป็นจำนวนมาก ผู้ที่นำเอาคลอโรฟิลล์ไปใช้ได้ถูกต้องตามวิธีการก็ย่อมจะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่

จะเห็นได้ว่าโดยพื้นฐานของสุขภาพ มนุษย์ควรจะบริโภคพืชสีเขียวมากๆ เพื่อนำคลอโรฟิลล์มาเสริมฮีโมโกลบินในเม็ดเลือด ดังคำกล่าวที่ว่า “เลือดพืชมีสีเขียว chloro mint เลือดมนุษย์มีสีแดง มนุษย์จะมีสุขภาพที่ดีได้เลือดต้องไม่มีพิษ”
นั่นคือ…”จงล้างพิษด้วยพืชสีเขียว”

คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติน่าสนใจ
ดอกอัลฟัลฟ่า.jpeg
1. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเรียกว่าสารแอนติอ๊อกซิแด๊นท์ เป็นสารล้างพิษในเลือดที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เม็ดเลือดที่เกาะกันอยู่เป็นกลุ่มก้อนกระจายตัวออกจากกันได้ภายใน 20-30 นาที
2. กองทัพบกสหรัฐอเมริกาทำการทดลองในหนูที่โดนสารกัมมันตรังสี พบว่าหนูที่ให้คลอโรฟิลล์ มีอายุยืนนานเป็นสองเท่าของหนูกลุ่มที่ไม่ได้รับคลอโรฟิลล์
3. มีการทดลองในหนูที่เลี้ยงอยู่ในสภาวะแวดล้อมอย่างเดียวกัน แล้วแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกเลี้ยงตามปกติ ส่วนกลุ่มที่สองเสริมอาหารด้วยคลอโรฟิลล์ จากการทดสอบความแข็งแรงของพลังกล้ามเนื้อโดยให้หนูทั้งหมดว่ายน้ำ ผลปรากฎว่ากลุ่มแรก (ไม่ได้เสริมด้วยคลอโรฟิลล์) ว่ายน้ำได้ 1 ชม. ส่วนกลุ่มที่สอง (เสริมอาหารด้วยคลอโรฟิลล์) สามารถว่ายน้ำได้นานถึง 3 ชม. แสดงถึงประสิทธิภาพของพลังกล้ามเนื้อที่สูงเป็น 3 เท่าซึ่งนับว่าสูงมากทีเดียว
4. มีการทดลองเจาะเลือดในหนูออกแล้วแทนที่ด้วยน้ำเกลือทดลอง ทำให้หนูเสียชีวิตภายในระยะเวลาอันสั้น แต่เมื่อแทนที่เลือดด้วยคลอโรฟิลล์ปรากฎว่าหนูมีชีวิตต่อไปได้ตามปกติ

จากคุณสมบัติ 4 ประการนี้ จะเห็นได้ว่าคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ มีส่วนช่วยให้ชีวิตยืนยาวและทำให้ร่างกายแข็งแรงดีขึ้นมาก จากการค้นคว้าและวิจัยในมนุษย์และสัตว์ปรากฎว่าผู้ที่มีอายุยืนเกินร้อยปี ล้วนแต่รับประทานคลอโรฟิลล์จากพืชผักเป็นอาหารหลักทั้งสิ้น… เมื่อเป็นเช่นนี้ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ที่ใช้เป็นเสริมอาหารบำรุงร่างกาย จะสมควรได้รับการเลื่อนชั้นเป็น “ยาอายุวัฒนะ” ในมนุษย์ได้หรือไม่นั้น…. ในอนาคตอันใกล้นี้ผู้ใช้คลอโรฟิลล์จะเป็นผู้ให้คำตอบได้เอง chloro mint.

merci sleeping mask เคยสังเกตกันไหมว่าสาวญี่ปุ่นนั้นจะมีผิวขาวอมชมพู

merci sleeping mask เคยสังเกตกันไหมว่าสาวญี่ปุ่นนั้นจะมีผิวขาวอมชมพู ดูสวยกระจ่างใส เนียนละเอียดเสมือนผิวเด็กกัน จนหลายคนทายอายุสาวญี่ปุ่นไม่ถูกกันเลยทีเดียว นอกเหนือไปจากปัจจัยภายนอกแล้วนั้น เคล็ดลับสำคัญที่ทำให้สาวญี่ปุ่นมีผิวสวยได้อย่างนี้ เพราะการถูกปลูกฝังเรื่องการดูแลผิวหน้ามาโดยตลอดตั้งแต่ยังเป็นเด็ก รวมถึงการใส่ใจในการดูแลปรนนิบัติผิว ตั้งแต่การทำความสะอาดผิวหน้า การบำรุงผิว การปกป้องผิวจากมลภาวะต่างๆ ที่สาวญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ สาวญี่ปุ่นนั้นไม่ว่าจะแต่งหน้าสไตล์ไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการโชว์ผิวสวยกระจ่างใส วันนี้เราจะจึงพาผู้อ่านทุกท่านไปล้วงเคล็ดลับผิวสวยกระจ่างใสแบบสาวญี่ปุ่นกัน ทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหมดจด สาวญี่ปุ่นร้อยละ 99 มักจะมีผิวกระจ่างใส สิ่งสำคัญที่สาวญี่ปุ่นให้ความใส่ใจเป็นอย่างมากคือเรื่องการทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจดนั่นเอง เพราะแต่ละวันใบหน้าต้องเผชิญมลภาวะต่างๆ มากมาย รวมทั้งคราบเครื่องสำอางต่างๆ ที่เราแต่งหน้าไปในแต่ละวัน หากทำความสะอาดไม่ดีพอ สิ่งสกปรกต่างๆ จะตกค้างในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว เมื่อสะสมไปนานๆ จะทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยได้ง่าย merci sleeping mask.

merci sleeping mask
merci sleeping mask มะเขือเทศสารพัดประโยชน์ ครีมเมอร์ซี่
มะเขือเทศนั้นอุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ สาวญี่ปุ่นจึงนิยมนำมะเขือเทศมาฝานบางๆ แล้วถูเบาๆ ทั่วใบหน้าและลำคอ เน้นบริเวณที่มีสิวเสี้ยนประมาณ 5 – 10 นาที ให้รู้สึกว่าบริเวณที่ถูลื่นๆ เรียบเนียน แล้วจึงใช้น้ำเย็นล้างให้สะอาด วิตามินซี และ กรด AHA ในมะเขือเทศจะช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกรวมทั้งกำจัดสิวเสี้ยนต่างๆ ไม่ให้อุดตัน เมอร์ซี่ สลิฟปิ้ง มาส์ก ทู
สุขภาพดีจากอาหาร
เคล็ดลับผิวสวยอีกข้อที่สาวญี่ปุ่นปฏิบัติกันคือ การเลือกรับประทานอาหารที่รสไม่จัดนิยมรับประทานโปรตีนจากปลา และเน้นอาหารที่ทำจากถั่วซึ่งมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เช่น กลุ่มไอโวฟลาโวนส์ (Isoflavones) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย เป็นฮอร์โมนหลักที่ควบคุมการเสริมสร้างกระดูกของร่างกาย และยังรักษาความชุ่มชื่น ยืดหยุ่นของผิวหนัง โดยเฉพาะในสตรีวัยหมดประจำเดือนนั้นจะช่วยลดหรือบรรเทาอาการข้างเคียงจากภาวะหมดประจำเดือนได้ merci sleeping mask
ขัดผิว
คนญี่ปุ่นส่วนมากจะขัดผิวสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง นอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดลอก เผยผิวเนียนกระจ่างใสแล้ว การขัดผิวยังช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของน้ำเหลือง ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายเพิ่มขึ้นด้วย หลังขัดผิวเสร็จอย่าลืมใช้โลชั่นบำรุงและปกป้องผิว

อายครีม
สาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน พอๆ กับสาวไทยอย่างเราเหมือนกัน เมื่อต้องเพ่งจอเป็นเวลานานก็จะเกิดอาการดวงตาอ่อนล้า ไม่สดใส จนถึงขั้นตาคล้ำได้ง่าย สาวญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการทาอายครีมเป็นประจำ และมาส์กตาและใบหน้าเป็นประจำ วิธีนี้จะช่วยให้ผิวดูอิ่มเอิบ ชุ่มชื่น มีน้ำมีนวลได้มากขึ้น
ชาร้อน
การดื่มชาร้อนเป็นประจำจะช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินให้เป็นพลังงาน ลดคอเลสตอรอล และช่วยขับสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย รวมทั้งช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็ง ชาที่คนญี่ปุ่นนิยมดื่มมากที่สุดมักจะเป็นชาเขียว ซึ่งมีสารสำคัญอย่างแคทีชิน

จะมาเผย “5 เคล็บลับ สู่ผิวสวยกระจ่างใส” ให้กับสาวๆ NUGIRL ทุกคน เลยค่ะ ปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่า กระแสความนิยมผิวขาวกระจ่างใส มาแรงมากๆ ในกลุ่มวัยรุ่น และหลายๆ คนก็มีวิธีการดูแลผิว ให้ขาวกระจ่างใส ในรูปแบบ ที่แตกต่างกันออกไป บางคนก็ทำถูกวิธี บางคนก็ทำผิดวิธี ทั้งการรับประทานกลูต้า การฉีดวิตามิน การฉายแสง รวมถึง การทำเลเซอร์ต่างๆ ถึงแม้วิธีเหล่านี้จะใช้เวลาน้อยและ ได้ผลลัพ ที่รวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยง คอลัมน์ Beauty Story คราวนี้จะมา พูดถึงวิธีการดูแลผิวพรรณ ให้สวยกระจ่างใสอย่างง่ายๆ และถูกวิธีกันค่ะ

พี่หนู say : วิธีการดูแลผิวพรรณเริ่มง่ายๆ ด้วยการดูแลตัวเองค่ะ สิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือการทาครีม พี่หนูเองก็เริ่มดูแลตัวเองมาตั้งแต่ ยังเด็ก เหมือนกัน พี่หนูจะพยามพักผ่อนให้เพียงพอ และเลือก รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณ ควบคู่ไปกับการทาครีมบำรุงผิว เป็นประจำสม่ำเสมอ ทำให้พี่หนู มีผิวขาวใสน่าสัมผัสค่ะ วันนี้พี่หนูจะมา แบ่งปันเคล็ดลับการดูแล ตัวเองให้สำหรับ สาว NUGIRL โดยเฉพาะเลยค่ะ

1. พักผ่อนให้เพียงพอ :: สาวๆ หลายคนชอบนอนดึก (บางคนนอนเช้าเลยก็มี > <) สาวๆ รู้หรือไม่ว่าผิวของเรา ก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกับ ร่างกายของเราการพักผ่อน ให้เพียงพอจะช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวานั่นเองค่ะ ใครที่ชอบนอนดึก ต้องปรับเปลี่ยน พฤติกรรมมานอนให้ไว ขึ้นแล้วนะ

2. ทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ :: อีกหนึ่งเคล็ดลับที่สำคัญ และจำเป็นต่อผิวพรรณของเรา มากๆ ก็คือการทาครีมบำรุงผิวค่ะ เพราะในแต่ละวันสาวๆ หลายคนละเลยไม่ยอมรับประทานอาหาร
ให้ครบ 5 หมู่ บางคนไม่ได้รับประทานผักผลไม้ ทำให้ขาดแร่ธาตุ
และ วิตามินที่สำคัญในการช่วยบำรุงผิวพรรณ เพราะฉะนั้นการทาครีม บำรุงผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญค่ะ
พี่หนู เลือกใช้ครีมบำรุงผิวหน้าในรูปแบบของเนื้อเซรั่มค่ะ เพราะเนื้อเซรั่ม จะซึมสู่ผิวได้รวดเร็วกว่าเนื้อครีมชนิดอื่น และ PROVAMED Gluta Serum ก็เป็นครีมบำรุงผิวเนื้อเซรั่ม Glutathione ช่วยปรัสภาพผิว
ให้ดูขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยลดปัญหาจุดด่างดำ ความหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ช่วยลด ริ้วรอยร่องลึกให้ดูตื้นขึ้น
อีกด้วย

3. หลีกเลี่ยงการปะทะแสงแดดและแสงยูวีโดยตรง :: อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผิวของสาวๆ ดูหมองคล้ำไม่กระจ่างใส คือการตากแดดนั่นเองค่ะ ถ้าทำได้สาวๆ ควรเลี่ยงการตากแดด ให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาตั้งแต่ 10.00 – 16.00 เพราะจะเป็นช่วงที่แสงแดดแรงที่สุดนั่นเองค่ะ ยิ่งกว่านั้น รังสี UVA
และ UVB ยังเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหากระ ฝ้า จุดด่างดำ ทำให้สีผิว ไม่สม่ำเสมอด้วยค่ะ แต่ถ้าสาวๆ จำเป็น ต้องออกไปข้างนอก และไม่สามารถเลี่ยงการตากแดดได้จริงๆ สาวๆ ควรทาครีมกันแดดค่ะ วิธีนี้ได้ผลจริงๆ 😉 วิธีการทาครีม กันแดดให้ได้ผลที่สุดคือต้อง ทาครีมกันแดด ก่อนออกจากบ้าน 15 นาที และอย่าลืมทาครีมกันแดด ที่บริเวณคอด้วยนะคะ
พี่หนู เลือกใช้ครีมกันแดดเนื้อมูสค่ะ ก่อนหน้านี้เคยลองใช้ ครีมกันแดดมา หลายตัวแล้วแต่ต้องมาตกหลุ่มรักครีมกันแดดเนื้อมูส เพราะว่าซึมซาบสู่ผิว merci sleeping mask เร็วและเหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย PROVAMED Sun Face SPF60 เป็นครีม กันแดดเนื้อมูส ปราศจากสารกันแดด ชนิดเคมี (Non Chemical Sunscreen) สาวที่แพ้ง่ายใช้ได้แน่นอน เพราะได้ผ่านการทดสอบมาแล้ว ว่าไม่ก่อให้เกิด การระคายเคือง ต่อผิวแน่นอนค่ะ เนื้อครีมแบบ Silky Base ละเอียด บางเบา ซึมเร็ว กลืนกับสีผิว ช่วยปกปิดริ้วรอย ทำให้ลงเมคอัพ ได้ทันที

4. การสครับผิวด้วยวิธีการธรรมชาติ :: การสครับผิว ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผิวขาวใสค่ะ เพราะการสครับผิวจะช่วย เอาคราบสิ่งสกปรกที่ตกค้าง อยู่บนผิวออกไป ทำให้การทาครีม ได้ผลมากยิ่งขึ้น สาวๆ NUGIRL ควรเลือกสครับที่มาจากธรรมชาติ ซึ่งสาวๆ สามารถ ทำสครับเองที่บ้านได้ อย่างน้ำมะขามเปียก มาพอกหน้า หรือใช้น้ำผึ้งผสมโยเกิร์ตและนมสด สูตรนี้จะช่วยให้ ผิวเนียนนุ่ม น่าสัมผัสมากยิ่งขึ้นค่ะ

5. การล้างหน้าให้สะอาดและถูกวิธี :: การล้างหน้า ตามแนวรูขุมขนเป็นการล้างหน้าที่ ถูกวิธีทำให้ ขจัดความสกปรก
ต่างๆ ออกจากผิวได้อย่างหมดจด แต่บางครั้งการล้างหน้าให้ถูกวิธี อาจยังไม่เพียงพอค่ะ สาวๆ ที่แต่งหน้าบางคนละเลยกับการเช็ด ทำความสะอาด เครื่องสำอางและครีมกันแดดก่อน การล้างหน้า ซึ่งนั่นเป็น สาเหตุที่ทำให้เกิดสิวค่ะ ก่อนล้างหน้าสาวๆ ควรใช้ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ผิวเช็ดเครื่องสำอางต่างๆ ออกก่อน แล้วค่อยล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าค่ะ

พี่หนู เป็นคนที่แต่งหน้าบ่อยค่ะเลยต้องใช้ Cleansing เป็นประจำ บางทีลงเครื่องสำอางแบบจัดเต็มพอถึงเวลา จะเช็ดล้างเครื่องสำอาง ก็ค่อนข้างลำบาก จนมาลองใช้ PROVAMED Sun Perfect Cleansing Water ผลิตภัณฑ์ ทำความสะอาดผิวหน้าสูตรน้ำ ช่วยเช็ด ทำความสะอาด เครื่องสำอาง ครีมกันแดด และสิ่งสกปรก ได้หมดจดล้ำลึก พี่หนูคอนเฟิร์ม ^^ วิธีการใช้ก็ง่ายนิดเดียวค่ะ แค่หยด ผลิตภัณฑ์ลงบนสำลี ใช้ททำความสะอาดบนผิวหน้า และรอบดวงตาโดยไม่ต้องล้างตามด้วยน้ำเปล่าค่ะ merci sleeping mask.

furefoo เสริมโกรทฮอร์โมนชะลอวัยในส่วนของสารอาหาร

furefoo เสริมโกรทฮอร์โมนชะลอวัยในส่วนของสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นตัวเสริมที่สำคัญในกระบวนการชะลอความแก่ และที่สำคัญควรตรวจสอบสารอาหารที่อยู่ในอาหารเสริมว่าประกอบด้วยกรดอะมิโนและวิตามินที่ช่วยในการหลั่งโกรทฮอร์โมนได้จริง และเป็นชนิดที่สกัดจากธรรมชาติ ยิ่งจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและไม่มีผลข้างเคียงจากสารเคมีและสารสังเคราะห์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อตับและไตอีกด้วย 3. การออกกำลังกายที่ควรออกมีหลายชนิด แต่หลักๆแล้วคือการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ และให้เหงื่อได้ออก หัวใจเต้นแรง เช่น ว่ายน้ำ เต้น ขี่จักรยาน เป็นต้น หรือการออกกำลังกายสั้นๆที่ช่วยกระตุ้นการเต้นของหัวใจก็จะช่วยเสริมการหลั่งโกรทฮอร์โมนได้อย่างดี เช่น วิ่ง วิทพื้น ซิทอัพ การบริหารเช่น แขว่งแขน แขว่งขา เป็นต้น โดยอาจไม่ต้องนับเป็นนาที แต่นับเป็นเซ็ต เซ็ตหนึ่งประมาณ 10-20 ครั้ง อาจจะน้อยกว่านั้นก็ได้ตามกำลังความฟิตของร่างกาย แต่อย่าเพิ่งตกใจที่วันนึงอาจต้องซิทอัพเป็น 100 ครั้ง เพราะไม่ได้หมายถึงให้ทำในครั้งเดียว อาจแบ่งเป็นช่วงเช้า สาย เที่ยง บ่าย เย็น แล้วแต่ความสะดวก และอาจไม่ต้องทำอย่างเดียว แต่แบ่งทำหลายๆอย่าง แต่ที่สำคัญคือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ให้ได้รู้สึกหลั่งเหงื่อ หัวใจเต้นแรงขึ้นในแต่ละวัน จะเป็นตัวช่วยในการหลั่งโกรทฮอร์โมนที่ดีอีกวิธีหนึ่ง โดยต่อมพิทูอิทารี่จะหลั่งโกรทฮอร์โมนได้มากขึ้นต้องออกกำลังกายให้ชีพจนเต้นโดยเฉลี่ยมากกว่า 100-120ครั้งต่อนาที แต่อย่างไรก็ตามไม่ควรหักโหมมากเกินไป 4. อารมณ์และความรู้สึกของร่างกายมีผลต่อการหลั่งและปริมาณของโกรทฮอร์โมนเช่น ความเครียด ความผ่อนคลาย ความหิว ฯลฯ ความสงบ ผ่อนคลาย ไม่มีความเครียด จะช่วยให้หลั่งโกรทฮอร์โมนได้ดีทีสุด นั่นนำมาถึงข้อแนะนำข้อถัดไป furefoo.

furefoo

furefoo 5. มานั่งสมาธิกันเถอะ เฟอร์ฟู

คลื่นสมองนั้นแบ่งความถี่เป็น 4 แบบ เริ่มจาก เบต้า ที่คลื่นสมองจะหมุนเร็วสุด รองลงมาเป็น อัลฟ่า ที่เป็นคลื่นสะงบระงับ ถัดมาเป็น เธลต้า ซึ่งเป็นคลื่นที่ช้าลงมาอีกขั้น และสุดท้ายคือคลื่นสมอง เดลต้า ที่สมองจะหมุนช้าที่สุด สงบมากที่สุด ที่มนุษย์สามารถค้นพบและทำได้จริง (หากช้ากว่านี้คือเข้าสู่ไม่มีคลื่นซึ่งคือเวลาที่ตายนั่นเอง) ในช่วงเดลต้า จะมีความถี่หมุนรอบเพียง 0-4 รอบต่อนาที (Hz)

คลื่นสมองเดลต้านี้เป็นสภาวะที่คล้ายการตายชั่วขณะ หรือการจำศีลของสัตว์ พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่าการไม่มีลมหายใจมาจาก 1. การตาย 2. การกลั้นหายใจ เช่นเวลาดำน้ำ 3. การนั่งสมาธิ furefoo

ซึ่งสภาวะการนั่งสมาธิที่แน่วแน่สุดๆจะทำให้ทั้งการเต้นของหัวใจ การทำงานของคลื่นสมอง ตลอดจนลมหายใจเข้าออกละเอียดมากจนเกือบหายไปเลยก็ว่าได้ ซึ่งในสภาวะที่สมองมีคลื่นเดลต้าเช่นนี้ ร่างกายจะเกิดความผ่อนคลายในระดับที่สูงมาก และโกรทฮอร์โมนจะหลั่งออกมาได้ในปริมาณมากที่สุด เทียบได้คล้ายกับสภาะวะหลับลึก

คลื่นสมองเดลต้าช่วงนี้จะเชื่อมต่อกับจิตไร้สำนึก ทำให้เกิดอาการหลับใหลลึก ซึ่งเป็นการหลับลึกโดยไม่มีการฝัน หรือภาษาพระท่านเรียกว่า “การเข้าฌาณ” ซึ่งท่านผู้อ่านจะท้อใจมั้ยเนี่ย หากคิดว่าจะหลั่งโกรทฮอร์โมนชะลอความแก่ทั้งที ต้องถึงกับนั่งเข้าฌาณกันเลย แต่จริงๆแล้วไม่ยากอย่างที่คิด ต้องค่อยๆนั่งไปให้จิตใจผ่อนคลายสงบ

เมื่อต่อมใต้สมองพิทูอิทารีหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมา โกรทฮอร์โมนก็จะหมุนเวียนไปทั่วร่างกาย ทำการกำจัดสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุหลักของความแก่ สลายไขมันในเส้นเลือดทั่วร่างกาย เพิ่มภูมิคุ้มกันในเม็ดเลือดขาว และที่สำคัญคือการชะลอความชรา furefoo เห็นหลวงพ่อ หลวงปู่ที่ชอบฝึกสมาธิเป็นประจำไหม ท่านมีอายุยืนยาว และหน้าตาผิวพรรณผ่องใสกันทั้งนั้นเลย

ตัวอย่างวิธีฝึกสมาธิที่ทำได้ง่ายและทำได้ทุกเวลาทุกสถานที่คือ การดูลมหายใจ โดยหายใจเข้าลึกๆให้ถึงท้อง หรือถ้าทำได้ก็ให้ยาวถึงใต้ท้องน้อยได้เลย การฝึกวิธีนี้ นอกจากจะทำได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว ยังช่วยลดความเครียด โดยเมื่อเราหายใจเข้าลึกๆจนไปถึงท้องแล้ว ความคิดฝุ้งซ่านจะน้อยลงเองโดยอัติโนมัติ วิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้เขียนชอบใช้เป็นพิเศษ และขอแนะนำให้ท่านผู้อ่านได้ลองไปทำกัน และรับรอง ว่าโกรทฮอร์โมนเราจะหลั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกเยอะ

วีธีดังกล่าวข้างต้นล้วนช่วยในการหลั่งโกรทฮอร์โมนให้กับร่างกาย สรุปวิธีที่สำคัญหลักๆแล้วคือ การนอนหลับ การรับประทานอาหารที่มีคุณค่าสูง มีโปรตีนและกรดอะมิโนที่พอเพียงในการบำรุงต่อมใต้สมอง การออกกำลังกาย และการผ่อนคลายอารมณ์ ลดความเครียด ให้คลื่นสมองสงบ โดยอาจนั่งสมาธิ หรือ พักผ่อนอย่างสม่ำเสมอ ล้วนจะช่วยในการหลั่งโกรทฮอร์โมนได้มากขึ้น

อาหารเสริมการหลั่งโกรทฮอร์โมน GH3 จะรวมคุณค่าในด้านสารอาหารประเภทกรดอะมิโน โปรตีน และวิตามินที่สำคัญในการบำรุงต่อมใต้สมอง ให้หลั่งโกรทฮอร์โมนได้มากขึ้น และอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการชะลอความแก่ชราของร่างกาย และหากสามารถสนับสนุนร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่นการนอนหลับ การออกกำลังกาย การผ่อนคลายทางอารมณ์ที่ดีได้แล้ว คุณก็แน่ใจได้เลย ว่าความแก่ชราจะมาถึงคุณช้ากว่าที่คุณคิด และคุณจะย้อนวัยกลับไปแข็งแรงและดูดีทั้งภายนอกภายในได้อีกหลายสิบปีทีเดียว furefoo.

แป้งบาบาร่า หากพูดถึงแป้งทาหน้าแล้วสาวๆหลายคนคงมีคำถาม

แป้งบาบาร่า หากพูดถึงแป้งทาหน้าแล้วสาวๆหลายคนคงมีคำถามเกี่ยวกับแป้งว่า การลงแป้งบนใบหน้าว่าทำอย่างไรให้แป้งติดทนนานตลอดวัน หรือควรเลือกแป้งอย่างไรให้เหมาะกับผิวหน้ามัน วันนี้ยูโฟเรียจึงขอนำเสนอ 3 เรื่องที่น่ารู้เกี่ยวกับการทาแป้งมาฝากกันค่ะมาเริ่มกันเลย 1. ทำไมตบแป้งแล้วคราบขาวบนใบหน้า – เกิดจากการแต่งหน้าอย่างรีบเร่งโดยใช้พัฟปาดแป้งลงไปบนใบหน้าซึ่งจะทำให้แป้งลอย ไม่เนียน กลืนกับผิว วิธีแก้คือใช้พัฟค่อยๆย้ำแป้งเบาๆลงไปบนผิว สักครู่แป้งจะเริ่มกลืนกับสีผิวมากขึ้น และหากพบบริเวณที่ปริมาณแป้งน้อยไปใช้วิธีเดียวกัน คือค่อยๆย้ำพัฟที่มีเนื้อแป้งลงไปเบาๆ – แต่งหน้าในที่ๆมีแสงน้อยจนมองไม่เห็นว่าตบแป้งไม่เนียนติดผิว ซึ่งวิธีแก้ปัญหาก็แสนง่าย เพียงใช้ครีมหรือเซรั่มบำรุงผิวก่อนการแต่งหน้าทุกครั้ง และรอให้ครีมต่างๆ ซึมลงไปสู่ผิวให้ดีก่อนจึงเริ่มทาแป้ง โดยใช้ปริมาณน้อยๆ ค่อยๆเติมลงไป – เติมแป้งระหว่างวัน สำหรับท่านที่ผิวมีริ้วรอย ควรใช้น้ำแร่สเปรย์ให้ทั่วหน้าแล้วใช้กระดาษทิชชูซับน้ำมันออกจากหน้าให้หมดก่อนจะลงแป้งทุกครั้งแต่หากผิวยังอ่อนเยาว์ สามารถใช้กระดาษซับมันซับออกแล้วเติมแป้งได้เลย โดยค่อยๆใช้พัฟกดย้ำที่ผิวหน้า – เลือกใช้แป้ง ในโทนสีเหลืองเล็กน้อย แป้งจะเบลนด์เข้ากับสีผิวได้ดีกว่า และค่อยๆ ทาแป้งลงบนใบหน้าด้วยแปรงขนนุ่ม ปัดทีละน้อยให้ทั่วทั้งใบหน้า แป้งบาบาร่า.

แป้งบาบาร่า
แป้งบาบาร่า 2. แป้งไม่ติดผิวหน้า babalah
– ควรบำรุงผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอ และใช้มาสก์พอกบำรุงล้ำลึกเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้ผิว อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
– ก่อนแต่งหน้า ต้องทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิว และรอให้ซึมสู่ผิวก่อน เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นและทำให้แป้งติดผิวได้ง่ายขึ้น
– ใช้เทคนิคการกดพัฟเบาๆ แทนการปาดแป้งไปมาบนใบหน้า
– การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวมีความสำคัญ เนื่องจากผลิตภัฑ์ทำความสะอาดผิวที่ดีจะชำระล้างคราบเครื่องสำอางและขจัดเซลล์ที่ตายแล้วได้อย่างหมดจด โดยไม่ทำให้ผิวแห้งกร้าน จึงช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นดีขึ้น การเกาะติดเครื่องสำอางจึงทำได้ดีขึ้นด้วย แป้งบาบาร่า
3. ทำไมบริเวณ T ZONE แป้งหลุดง่ายจัง
– การซับหน้าด้วยกระดาษซับมันบ่อยๆ เป็นการส่งเสริมให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น หากจำเป็นต้องใช้ ให้ใช้สเปรย์น้ำแร่แล้วใช้กระดาษทิชชูซับออก
– เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทOIL FREE และออกแบบเฉพาะสำหรับคนผิวมัน
– ใช้เทคนิคการกดพัฟเบาๆ แทนการปาดแป้งไปมาบนใบหน้า
– เติมแป้งระหว่างวันด้วยการค่อยๆ ทาแป้งลงบนใบหน้าด้วยแปรงขนนุ่ม ปัดทีละน้อยให้ทั่วทั้งใบหน้า
เป็นอย่างไรกันบางค่ะหวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับสาวๆกันบ้างไม่มากก็น้อย แล้วคราวหน้าแอดมินจะมานำเสนอเกล็ดความรู้เล็กๆน้อยๆอีกนะค่ะ

หากคุณมีปัญหาเรื่องงบประมาณในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เอนกประสงค์ที่ส่วนใหญ่จะราคาแพงเกินจริงไปซักนิด หรือบางทียังไม่คุ้มค่าพอกับเงินที่จะต้องเสียไป เราขอแนะนำให้คุณอย่าเพิ่งมองข้ามแป้งเด็กไปนะคะ ใช่แล้ว!แป้งฝุ่นสำหรับเด็กนี่แหละค่า คุณสมบัติของแป้งเด็กมีมากมายตั้งแต่ทำให้ผมของคุณเด้งมีน้ำหนัก หรือเครื่องสำอางติดทนนานทั้งวัน และยังมีคุณสมบัติโดดเด่นอย่างอื่นอีกมากมาย ติดตามอ่านได้เลย!

1. เพิ่มความหนาให้ขนตา
ใช้แป้งเด็กทาที่บริเวณขนตาจะช่วยเพิ่มทั้ง ความหนา ความยาว และน้ำหนัก ถ้ามาสคาร่าของคุณมีแนวโน้มว่าจะเลอะเทอะง่าย ให้เคลือบแป้งเด็กลงบนขนตาก่อนที่จะปัดมาสคาร่าลงไป จะช่วยป้องกันรอยเปื้อนและทำให้ดูสะอาดสวยงามอีกด้วย

2. แชมพูแบบแห้ง รวดเร็วทันใจ
ใช้แป้งเด็กทาบริเวณโคนผมเพียงเล็กน้อย จากนั้นใช้แปรงปัดให้ทั่ว แป้งเด็กจะช่วยดูดซับน้ำมันบนหนังศีรษะและเพิ่มความหนาให้กับเส้นผม

3. ขจัดความมันเงาบนใบหน้า
หากถ่ายรูปท่ามกลางแสงจ้าของแฟลช ขอแนะนำให้ทาแป้งเด็กเพื่อช่วยดูดซับเหงื่อและลดความมันบนใบหน้าลงได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวเข้มเนื่องจากโทนสีเข้มจะยิ่งสะท้อนแสงแฟลชจากกล้องเข้าไปอีก นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มความสว่างให้กับแป้งลูสพาวเดอร์ได้ แป้งบาบาร่า โดยการผสมแป้งเด็กเข้าไปเล็กน้อย

4. จัดระเบียบลิปสติก
การทาแป้งเด็กเพียงเล็กน้อยระหว่างขั้นตอนในการทาลิปสติกจะทำให้ลิปสติกติดทนนานยิ่งขึ้น เริ่มจากทาลิปสติกลงไปชั้นหนึ่งก่อน จากนั้นวางกระดาษทิชชู่ทั้งแผ่นทับลงไปบนริมฝีปากแล้วใช้แปรงชุบแป้งเด็กปัดลงไปบนริมฝีปากที่มีกระดาษทิชชู่กั้นอยู่ แล้วค่อยทาลิปสติกชั้นที่สองทับลงไปอีกครั้ง แค่นี้ก็ออกไปสวยเริ่ดนอกบ้านได้แล้ว

5. ดูดซับเหงื่อจากอากาศร้อนอบอ้าว
การเป็นสาวเร่าร้อนเหงื่อท่วมกายไม่ได้ทำให้คุณดูเซ็กซี่เหมือนอย่างที่เห็นในทีวีหรอกนะ สำหรับผู้ที่ต้องทนทรมานกับความร้อนอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน ยิ่งถ้าเป็นเวลากลางคืนหากไม่มีเครื่องปรับอากาศด้วยแล้วล่ะก็.. คุณสามารถใช้แป้งเด็กโรยบนผ้าปูที่นอนเพื่อช่วยดูดซับเหงื่อและทำให้อากาศเย็นลงได้

6. ปกปิดรอยแผล รอยขีดข่วน
ใช้แป้งเด็กโรยเพื่อปกปิดรอยแผลเล็กๆน้อยๆอย่างเช่น รอยมีดบาดบริเวณแขน ขา หรือบริเวณผิวหนังที่คนอื่นจะมองเห็นได้ รวมทั้งยังสามารถโรยแป้งเด็กบริเวณข้อพับ ขาหนีบ หรือรักแร้เพื่อป้องกันเหงื่อและแผลถลอกจากการเสียดสีได้อีกด้วย

7. ดูแลผิวยามแว็กซ์ขน
หากคุณแว็กซ์ขนไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกาย คุณย่อมรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดจากการแว็กซ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่มีผิวมันหรือบริเวณที่เพิ่งทามอยซ์เจอร์ไรเซอร์มาใหม่ๆ แค่โรยแป้งเด็กลงไปก่อนที่จะแว็กซ์ แว็กซ์ก็จะติดเฉพาะแค่ขนของคุณ ไม่ใช่ผิวหนัง!

8. สะอาดจากเม็ดทราย
ถ้าคุณไปเดินเล่นริมชายหาดแล้วพบว่าขาของตัวเองเปื้อนทรายเต็มไปหมด ทาแป้งเด็กและใช้แปรงปัดเบาๆ เพียงเท่านี้ทรายก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย

9. เท้าอับชื้น
หากคุณไม่มีเวลาอาบน้ำหลังจากที่ออกกำลังกาย หรือต้องใส่รองเท้าทั้งที่เท้ายังชุ่มเหงื่ออยู่ ขอแนะนำให้โรยแป้งเด็กไว้ด้านในของรองเท้าเพื่อดูดซับเหงื่อและกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์จากเท้าของคุณ แป้งบาบาร่า.

vite secrete plus แตงกวา นอกจากเป็นผักเพื่อสุขภาพแล้ว สาวๆ รู้มั้ย

vite secrete plus แตงกวา นอกจากเป็นผักเพื่อสุขภาพแล้ว สาวๆ รู้มั้ยคะว่าหากอยากมีผิวหน้าสวยใสไร้สิว แถมยังขาวเนียนเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ เราสามารถพอกหน้าด้วยแตงกวาได้เป็นประจำนะคะ ว่าแต่สูตรพอกหน้าจากแตงกวาจะมีสูตรใดช่วยแก้ปัญหาผิวใดได้บ้าง เราหยิบมาฝากกันแล้วดังนี้ค่ะ แตงกวา พอกหน้า มาร์คหน้าแตงกวาสูตรที่ 1 ลดสิวอักเสบ ทําให้หน้าใสไร้สิว ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1 ลูก วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 1 ปอกเปลือกแตงกวา หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นปั่นให้ละเอียดแล้วแช่ตู้เย็นจนเย็น เสร็จแล้วนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงล้างออกให้สะอาด สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวานี้จะช่วยลดสิวอักเสบ ลดเลือนความมันส่วนเกินบนใบหน้า ป้องกันไม่ให้เกิดสิวใหม่ นอกจากนี้ ยังช่วยกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสอย่างน่าสัมผัสอีกด้วย พอกหน้าด้วยแตงกวา สูตรที่ 2 ลดความมันบนใบหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1 ลูก ไข่ขาว 1 ฟอง และมะนาว 1/2 ซีก วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 2 ปั่นแตงกวากับไข่ขาวและบีบน้ำมะนาวลงไปผสม ปั่นจนส่วนผสมทั้งหมดกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที จากนั้นล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้เหมาะสำหรับสาวผิวมันและผิวผสมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง ทำให้ใบหน้ามันเยิ้มและก่อให้เกิดสิวง่าย แนะนำให้หมั่นพอกหน้าด้วยสูตรนี้เป็นประจำทุกสัปดาห์ๆ ละ 2-3 ครั้ง ก็จะช่วยลดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ ช่วยสมานผิวหน้า กระชับรูขุมขนให้เล็กลง ทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนเปล่งปลั่งกระจ่างใส แถมผิวหน้ายังขาวขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย vite secrete plus.

vite secrete plus

vite secrete plus แตงกวาพอกหน้า ไวท์ ซีคริท พลัส

สูตรที่ 3 กระชับรูขุมขน ช่วยให้ผิวหน้าสะอาดใสอย่างเกลี้ยงเกลา

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำแตงกวา น้ำมะเขือเทศ น้ำมะนาว และน้ำแตงโม อย่างละ 1 ช้อนชา

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 3
นำน้ำผักผลไม้ทั้งหมดมาผสมจนเข้ากัน แล้วชุบด้วยสำลีจากนั้นนำมาเช็ดบนใบหน้าเบาๆ เหมือนกับการใช้โทนเนอร์ทำความสะอาดผิวนั่นเอง ทำเป็นประจำหลังจากล้างหน้าสะอาดดีแล้ว นอกจากจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนใบหน้าได้อย่างล้ำลึกขึ้นแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว เพราะน้ำผลไม้เหล่านี้ก็มีกรด AHA จากธรรมชาติที่จะช่วยให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวเก่าทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส ลดเลือนรอยดำจากสิว สมานผิวและช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงได้ vite secrete plus

พอกหน้าด้วยแตงกวา

มาร์คหน้าแตงกวาสูตรที่ 4 บํารุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก และโยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 4
ล้างแตงกวาให้สะอาด ปอกเปลือกแล้วหั่นเป็นชิ้นๆ ปั่นรวมกันกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันดีแล้ว จากนั้นนำมาพอกหน้าปล่อยไว้ประมาณ 20-30 นาที จึงล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น สำหรับสูตรแตงกวาพอกหน้านี้ แตงกวาและโยเกิร์ตจะช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ผิวปราศจากความแห้งและหยาบกร้าน แถมยังช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

พอกหน้าด้วยแตงกวา

พอกหน้าแตงกวาสูตรที่ 5 ฟื้นบำรุงผิวไหม้เสียจากแสงแดด

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก นมสดหรือนมเปรี้ยว 1 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 5
นำแตงกวามาปั่นรวมกับนมสดหรือนมเปรี้ยว เมื่อได้ส่วนผสมที่กลายเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว ให้นำมาพอกลงบนผิวที่มีปัญหาไหม้แดงจากแดด หรือแม้แต่ผิวคล้ำเสียจากแสงแดดก็สามารถใช้สูตรแตงกวานี้ได้เช่นกันค่ะ โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ก็จะช่วยให้ผิวสดชื่นขึ้น ผิวมีสุขภาพดีและช่วยปลอบประโลมอาการไหม้แดงจากแดดได้มากขึ้นแน่นอน

แตงกวาพอกหน้า

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 6 บํารุงผิวหน้าให้ขาวใสไร้สิว

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก และมะนาว 1/2 ซีก

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 6
ปอกเปลือกแตงกวาออก ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วปั่นให้ละเอียดรวมกับน้ำมะนาว เมื่อได้ส่วนผสมที่ละเอียดแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สำหรับสูตรพอกหน้าแตงกวานี้ เราผสมกับน้ำมะนาวลงไป น้ำมะนาวมีกรด AHA จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออก vite secrete plus ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสมากขึ้น เมื่อนำมาผสานคุณค่ารวมกันกับแตงกวาที่มีส่วนช่วยลดสิวอักเสบและป้องกันการเกิดสิวได้ดีแล้ว จึงยิ่งจะทำให้สาวๆ มีผิวหน้าขาวใสไร้สิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ หมั่นพอกเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองค่ะว่าผิวหน้าสาวๆ จะขาวกระจ่างใส ไร้ความมันส่วนเกิน แถมผิวยังเปล่งปลั่งดั่งใจจนใครๆ ก็ต้องทัก

แตงกวาพอกหน้า

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 7 ลดรอยสิว และลดความมันบนใบหน้า

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : น้ำแตงกวา และน้ำมะเขือเทศ อย่างละ 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 7
เริ่มจากปั่นเอาน้ำแตงกวาและน้ำมะเขือเทศมาผสมรวมกันอย่างละประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นเวลาใช้ให้จุ่มด้วยสำลีก้อนกลม แล้วนำมาทาลงบนผิวหน้าเป็นประจำทุกวัน แนะนำให้ทาหลังจากล้างหน้าสะอาดแล้วก่อนเข้านอน พอกหน้าทิ้งไว้เช่นนั้นประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิวหน้าได้ เนื่องจากมะเขือเทศมีคุณสมบัติช่วยให้รูขุมขนกระชับเล็กลง ทำให้น้ำมันหลั่งออกจากรูขุมขนลดน้อยลงไป และแตงกวาก็มีคุณสมบัติเป็นมอยส์เจอไรเซอร์จากธรรมชาติที่จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้สดชื่นเปล่งปลั่งกระจ่างใส และยังช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีอีกด้วย หากนำส่วนผสมนี้มารวมกันจึงยิ่งช่วยให้ผิวหน้าไร้ปัญหาความมัน ลดเลือนรอยสิว และช่วยคืนความสดชื่นให้แก่ผิวหน้าจนคุณสัมผัสได้

สูตรพอกหน้าด้วยแตงกวา

แตงกวาพอกหน้าสูตรที่ 8 ลดสิว ป้องกันการเกิดสิวใหม่

ส่วนผสมที่ต้องเตรียม : แตงกวา 1/2 ลูก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย

วิธีพอกหน้าด้วยแตงกวาสูตรที่ 8
ปั่นแตงกวารวมกับโยเกิร์ตและน้ำผึ้งจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เมื่อได้ส่วนผสมที่ละเอียดเข้ากันดีแล้ว ให้นำมาพอกหน้าจนทั่ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาด สูตรพอกหน้าแตงกวานี้เหมาะสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ เพราะจะช่วยลดการอักเสบของสิว และช่วยป้องกันการเกิดสิวเม็ดใหม่อย่างได้ผล แถมยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื้น ปราศจากปัญหาผิวแห้งหรือหยาบกร้านได้ด้วย ผิวหน้าจะนวลเนียนใสดั่งใจทีเดียว vite secrete plus.

tomato amino plus วิธีพอกหน้าด้วยไข่ขาว ลดอาการแพ้

tomato amino plus วิธีพอกหน้าด้วยไข่ขาว ลดอาการแพ้ ให้นำไข่ขาวมาทาลงบนผิวหน้า โดยพอกทิ้งไว้เช่นนั้นทุกวัน วันละ 10-15 นาที จากนั้นจึงล้างออกให้สะอาด แนะนำให้พอกหน้าด้วยสูตรไข่ขาวนี้ต่อเนื่องประมาณ 3-4 สัปดาห์ รอยแดงที่เกิดขึ้นจากอาการแพ้ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นและจางหายไป ที่สำคัญไข่ขาวเปี่ยมไปด้วยโปรตีนและวิตามินต่างๆ มากมาย โดยจะช่วยบำรุงผิวอย่างล้ำลึกและเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิวหน้าได้อีกด้วย เมื่อผิวหน้าของคุณแข็งแรงมีสุขภาพที่ดีขึ้น ปัญหาผิวแพ้ง่ายก็จะลดลงไปได้ค่ะ สูตรลดอาการแพ้ สูตรพอกหน้าด้วยไข่ขาว กระชับรูขุมขน และลดความมันบนใบหน้า ปัญหาหน้ามันเกิดจากต่อมน้ำมันใต้ผิว ผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนส่งผลให้รูขุมขนเกิดการขยายตัวตามมา ในที่สุดปัญหารูขุมขนกว้างก็บุกมาเยือนสาวผิวมันอย่างไม่ต้องสงสัย และหากคุณต้องการลดเลือนความมันบนผิวพร้อมช่วยกระชับรูขุมขนให้เล็กลงในตัว แนะนำให้พอกหน้าด้วยไข่ขาวเลยค่ะ วิธีกระชับรูขุมขน ลดความมันบนใบหน้า นำไข่ขาวมาพอกหน้าเป็นประจำเช้า-เย็น พอกครั้งละ 10 นาทีหรือจนกว่าผิวหน้าจะแห้ง จากนั้นล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ก็จะช่วยลดเลือนความมันบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี และเมื่อความมันลดลง รูขุมขนก็จะกระชับเล็กลงตามได้ด้วย แถมยังทำให้ผิวหน้าสาวๆ เต่งตึงสดใส ผิวเด้งดั่งใจมากขึ้นทีเดียว tomato amino plus.

tomato amino plus

tomato amino plus ไข่ขาวพอกหน้า สูตรปรับสภาพผิวก่อนเปลี่ยนครีมบำรุง อาหารเสริมมะเขือเทศ

เชื่อมั้ยคะว่านอกจากสารเคมีที่มีอยู่ในเครื่องสำอางแล้ว ครีมบำรุงผิวทุกชนิดก็มีสารเคมีที่อาจตกค้างอยู่ในรูขุมขนผิวหน้าได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น หากสาวๆ ต้องการเปลี่ยนครีมบำรุงผิวหน้าตัวใหม่ แนะนำให้พอกหน้าด้วยไข่ขาวเพื่อให้ไข่ขาวดูดซับเอาสารเคมีจากครีมบำรุงผิวหน้าตัวเก่าออกไปให้หมดก่อน ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการดีท็อกซ์และช่วยปรับสภาพผิวหน้าก่อนรับครีมตัวใหม่นั่นเอง tomato amino plus แถมยังทำให้สารอาหารจากครีมบำรุงผิวตัวใหม่สามารถซึมซาบลงไปบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกอีกด้วย งานนี้การทำงานของสารอาหารผิวต่างๆ ก็จะยิ่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โทเมโท อะมิโน พลัส

วิธีปรับสภาพผิวก่อนเปลี่ยนครีมบำรุง
ก่อนวันเปลี่ยนครีมบำรุงผิวตัวใหม่ ให้สาวๆ นำไข่ขาวมาพอกหน้าทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้ไข่ขาวทำหน้าที่ดูดซับสารพิษและสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากผิวหน้าได้อย่างล้ำลึกแท้จริง tomato amino plus

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับสูตรพอกหน้าจากไข่ขาว ซึ่งเราหยิบมาฝากสาวๆ ด้วยกันถึง 8 สูตร สาวคนไหนปรารถนาการมีผิวหน้าสวยใสไร้สิว ผิวหน้ายังขาวกระจ่างใสเนียนนุ่มและอ่อนเยาว์ราวกับผิวเด็ก งานนี้ไม่ต้องพึ่งพาคอร์สความงามราคาแพงอีกต่อไปแล้วค่ะ เพราะเพียงหมั่นพอกหน้าด้วยไข่ขาวเป็นประจำ คุณก็ย่อมสามารถเนรมิตความงามในราคาสบายกระเป๋าได้อย่างแสนง่ายแล้ว tomato amino plus.